10 โครงการหลวงเชียงใหม่น่าสัมผัส ต้อนรับลมหนาว

โครงการหลวงจังหวัดเชียงใหม่ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด นอกจากเราจะได้พักผ่อนและสัมผัสอากาศแบบสบาย ๆ แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้เกิดชุมชนอีกด้วย

10 โครงการหลวงเชียงใหม่น่าสัมผัส ต้อนรับลมหนาว

มาแล้ว โครงการหลวงจังหวัดเชียงใหม่ ที่เที่ยวพักผ่อนตอนรับหน้าหนาว

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

สายลมหนาวกำลังพัดมาแล้ว เพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบภูเขาและกำลังวางแผนขึ้นเหนือไปเที่ยวชมธรรมชาติ สัมผัสบรรยากาศความหนาวเย็นกันอยู่ วันนี้กระปุกดอทคอมหยิบเอาอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดมาแนะนำ นั่นก็คือ "โครงการหลวงจังหวัดเชียงใหม่" ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวง ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของประชาชนที่ลำบากในการหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีที่ผิด ๆ ให้กลับกลายมามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งนอกจากเราจะได้พักผ่อนและสัมผัสอากาศแบบสบาย ๆ แล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้เกิดชุมชนอีกด้วย ส่วนจะมีโครงการหลวงที่ไหน ที่น่าสนใจบ้างนั้นตามไปชมกันเลยจ้า

1. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง

thairoyalprojecttour

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2521 ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหางดง เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ฝืนป่าต้นน้ำ ทดแทนการทำลายพื้นที่ป่าจากทำไร่เลื่อนลอยในอดีต โดยมีหมู่บ้านในพื้นที่รวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านแม่ขนิลเหนือ ซึ่งเป็นคนพื้นเมือง, บ้านน้ำซุ้ม, บ้านห้วยกวาง และบ้านห้วยหม่อง ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่าม้ง มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 550-750 เมตร เป็นพื้นที่ภูเขาลาดชันปานกลาง ภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ย 23 องศาเซลเซียส มีฝนตกปานกลาง อีกทั้งยังมีอากาศปลอดโปร่งเหมาะแก่การพักผ่อนในอดีตพื้นที่ศูนย์แห่งนี้ถือเป็นแหล่งทดลองดอกไม้เมืองหนาวที่สำคัญ อย่าง ดอกกุหลาบ แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนแนวทางโดยเน้นผักในการเกษตรเป็นหลัก

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงปลูกอะโวคาโดเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน, ชมแปลงผักเมืองหนาว เช่น ยอดชาโยเต้ มะเขือม่วงก้านยาว มีผลผลิตตลอดปี, ชมแปลงสาธิตกุหลาบหนู การปลูกกุหลาบตัดดอกในโรงเรือน ออกดอกตลอดปี และชมแปลงทดสอบไม้ผลชนิดต่างๆ เช่น มะเฟืองหวาน

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำตั๊กแตน ตั้งอยู่บ้านน้ำซุ้ม ระยะห่างจากศูนย์ฯ ถึงจุดพักนักท่องเที่ยว 3 กิโลเมตร ลงเดินเท้าไปปากถ้ำ 300 เมตร มีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติ, จุดชมวิวเหนือถ้ำตั๊กแตน มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของป่าเขาลำเนาไพร และทิวทัศน์ของอำเภอหางดงและสันป่าตอง อยู่ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 3.5 กิโลเมตร และน้ำตกแก้วตาช้าง เป็นธารน้ำตก ตั้งอยู่บ้านปางยาง ระยะห่างจากศูนย์ฯ 5 กิโลเมตร ถึงจุดจอดรถแล้วเดินเท้าอีก 200 เมตร

การเดินทาง : จากเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) ผ่านอำเภอหางดง กิโลเมตรที่ 10 จะมีทางแยก เลี้ยวขวาไปสะเมิง (ทางหลวงหมายเลข 1269) ผ่านกฤษดาดอยรีสอร์ท-บ้านแม่ฮะ-บ้านปางยาง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 15 เลี้ยวซ้ายอีก 2 กิโลเมตร ถึงที่ทำการศูนย์ฯ รวมระยะทาง 32 กิโลเมตร

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง บ้านแม่ขนิลเหนือ ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 โทรศัพท์ 08 9955 6470

2. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา

thairoyalprojecttour

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2520 มูลนิธิโครงการหลวงร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทาน เริ่มต้นดำเนินการบุกเบิกจัดสรรพื้นที่ทำกินให้เกษตรกร จัดหาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน เพื่อลดการปลูกฝิ่นและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรชาวเขาให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดการทำไร่เลื่อนลอย ส่งเสริมความรู้ในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่นี่จึงได้ถูกทดแทนด้วยแปลงผักและผลไม้ สร้างรายได้และความสุขให้แก่ชุมชน ปัจจุบันมีพื้นที่ความรับผิดชอบ 7,985 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน 303 ครัวเรือน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้งและชาวพื้นเมือง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและภูเขาลาดชัน มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 800-1,300 เมตร อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงสาธิตการปลูกผักและดอกไม้ภายในศูนย์ฯ, ชมแปลงดอกเยอบีร่าบนไหล่เขาของชาวม้งบ้านบวกจั่น, ชมแปลงปลูกสตรอว์เบอร์รีและผักปลอดสารพิษ เช่น ยอดชาโยเต้ ลูกฟักชาโยเต้ พริกหวานหลากสี มะเขือเทศ ฯลฯ, ชมแปลงสมุนไพร เช่น ยูเอสมิ้นต์ เจแปนนิสมิ้นต์ ฯลฯ และชมแปลงกุหลาบบ้านบวกเต๋ย

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น จุดชมวิวสะเมิง อยู่ระหว่างรอยต่ออำเภอแม่ริมและสะเมิง เป็นจุดวิวภูเขา สามารถมองเห็นทะเลหมอกในฤดูหนาวได้, จุดชมวิวบ้านบวกจั่น สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ทั้งสวนกุหลาบ แปลงดอกเบญจมาศหลากสีสัน, น้ำตกนางหงส์ เป็นน้ำตกขนาดกลาง มีน้ำมากช่วงเดือนตุลาคม, น้ำตกแม่สา และปางช้าง

การเดินทาง : จากเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหมายเลข 107 (เชียงใหม่ แม่ริม-สะเมิง) ผ่านที่ว่าการอำเภอแม่ริม เลี้ยวซ้ายทางแยกแม่ริม-สะเมิง ไปอีก 26 กิโลเมตร สังเกตป้ายทางซ้ายมือจะพบทางแยกขึ้น เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร จนถึงที่ทำการศูนย์ สภาพถนนเป็นดินลูกรัง ควรใช้รถกระบะในการเดินทาง

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเรา 72 หมู่ 7 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180 โทรศัพท์ 0 5351 8302, 08 1952 7650

3. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย

thairoyalprojecttour

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ในหลวงและพระราชินีทรงเสด็จเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่ามูเซอ บ้านแกน้อย ทำให้ทรงทราบถึงปัญหาของราษฎรที่มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการปลูกฝิ่น จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้เป็นงบในการดำเนินงานในการพัฒนาการปลูกข้าวที่ทำได้เพียงปีละหนึ่งครั้ง เนื่องจากมีปัญหาที่ดินทำให้การเพาะปลูกที่นี่ตกต่ำ ร่วมไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำที่จะสามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคในหมู่บ้าน และใช้ทำการเกษตรปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเพื่อเป็นรายได้

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย มีพื้นที่รับผิดชอบประมาณ 91.53 ตารางกิโลเมตร หรือ 57,210 ไร่ ครอบคลุม 13 หมู่บ้าน ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอแดง จีนยูนนาน และไทยใหญ่ นับถือศาสนาพุทธและคริสต์ แกน้อยตั้งอยู่บนพื้นที่ห่างไกล ประกอบกับเป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนประเทศพม่า จึงทำให้แกน้อยกลายสภาพเป็นเมืองปิด แต่หลังจากมีการก่อตั้งโครงการหลวงความเจริญในด้านต่าง ๆ ก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงสาธิตและแปลงส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร เช่น มะเขือเทศเชอร์รีหวานสีแดง, ชมแปลงสาธิตการปลูกไม้ผล เช่น แมคคาเดเมีย บ๊วย พลัม และชมแปลงปลูกไม้ดอก

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่ามูเซอ งานหัตถกรรมทอผ้า, ชมวิถีชีวิตชาวจีนยูนนาน และชมการอนุรักษ์บ้านดินแบบดั้งเดิม, ชมวิถีชีวิตชาวลาหู่ งานหัตถกรรมทอผ้าและเย็บปักลวดลายที่มีความสวยงาม

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ชมวิวป่าสนธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่, ถ้ำไชยา อยู่ห่างจากศูนย์ฯ 5 กิโลเมตร, ถ้ำลอด เป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่านตลอดปี มีช่องขนาดคนลอดผ่านได้ เหนือขึ้นไปมีถ้ำขนาดเล็กอยู่ด้านใน, น้ำตาลห้วยจันทร์ เป็นน้ำตกสูงประมาณ 5 ชั้น อยู่ห่างจากศูนย์ฯ 4.5 กิโลเมตร และจากบ้านแกน้อยสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังบ้านเปียง อำเภอหลวงเวียงแหง ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน อยู่ติดกับประเทศพม่า ระหว่างทางจะมีวิวสวย ๆ ให้ชม

การเดินทาง : จากเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (สายเชียงใหม่-ฝาง) ผ่านอำเภอเชียงดาว ปัจจุบันมีเส้นทางเลี่ยงเมือง ถึงสามแยกเมืองงาย เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1173 (เมืองงาย-เมืองนะ) ผ่านเมืองนะ ขึ้นเขาสูงชันระยะทางค่อนข้างยาวลงเขาสู่แอ่งที่ราบก็จะเป็นที่ตั้งของบ้านแกน้อย รวมระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 160 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางราว 3-4 ชั่วโมง (สภาพเส้นทางลาดยางสลับกับลูกลังบางช่วงระยะสั้น ๆ สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี)

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแกน้อย บ้านแกน้อย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ 50170 โทรศัพท์ 0 5331 8310 หรือ 08 1883 3449 หรือ 08 1950 9136

4. สถานีเกษตรหลวงปางดะ

thairoyalprojecttour

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ในปี พ.ศ. 2522 ได้ก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง โดยได้เลือกพื้นที่ในสถานีทดลองข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาวสะเมิง ของกรมวิชาการเกษตรหมู่บ้านปางดะ เป็นแหล่งทำการขยายพันธุ์พืช แต่เมื่อปริมาณความต้องการด้านพันธุ์พืชเพิ่มมากขึ้นทำให้ผลิตต้นพันธุ์ได้ไม่เพียงพอ มูลนิธิโครงการหลวงจึงเปิดสถานที่แห่งใหม่ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2526 บนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ ติดอ่างเก็บน้ำโครงการพระราชดำริห้วยปลาก้าง ซึ่งไม่ไกลจากบริเวณเดิมมากนัก จนกระทั่งในปี พ.ศ.2528-2529 จึงซื้อที่ดินเพิ่มอีกประมาณ 65 ไร่ ขยายพื้นที่สำหรับการขยายพันธุ์พืชอย่างถาวร ภายใต้ชื่อ "ศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวง" จนเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2530 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเยี่ยมศูนย์ขยายพันธุ์พืชปางดะโครงการหลวงเป็นครั้งแรก โดยทอดพระเนตรกิจกรรมต่าง ๆ ภายในศูนย์ และในโอกาสนี้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้ทูลขอพระราชทานชื่อใหม่ว่า "สถานีเกษตรหลวงปางดะ" ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาพระราชทานให้ใช้ชื่อนี้ พร้อมกับได้ขยายพื้นที่เพิ่มเติมรวม 150 ไร่ ในปีเดียวกัน ปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงปางดะได้ขยายขอบเขตการปฏิบัติงาน เป็นสถานีวิจัยขยายพันธุ์พืชหลายชนิด นอกจากไม้ผลเมืองหนาว ไม้ดอกเมืองหนาว ไม้ผลเมืองร้อนและกึ่งร้อน ถั่วแขกและไม้ป่าไม้โตเร็ว

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงสาธิตไม้ผลเมืองหนาว-เมืองร้อน เช่น กาแฟ, อะโวคาโด, องุ่นไร้เมล็ด, ส้ม, มะเดื่อ,ฝรั่ง และมะเฟืองไต้หวัน, ชมแปลงสาธิตพืชผัก เช่น แตงกวาญี่ปุ่น, หน่อไม้ฝรั่ง, มะระหยก, มะระขาว, ถั่วแขก, ข้าวโพดหวาน และกุยช่ายขาว และชมแปลงสาธิตไม้ดอกเมืองร้อน

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น จุดชมวิวอำเภอสะเมิง ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของชั้น ถ้าวันที่ฟ้าเปิดจะสามารถมองเห็นวิวได้ไกลถึงยอดดอยอินทนนท์

การเดินทาง : เส้นทางที่ 1 จากเชียงใหม่ไปทางหางดง เมื่อเจอแยกไปอำเภอสะเมิงให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวง 1269 อีก 39 กิโลเมตร ส่วนเส้นทางที่ 2 จากเชียงใหม่ไปทางอำเภอแม่ริม เมื่อเจอแยกให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง 1096 จนกระทั่งเจอสามแยกไปสะเมิง ให้เลี้ยวขวา (ทางหลวงหมายเลข 1269) อีกครั้ง รวมระยะทาง 33 กิโลเมตร

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีเกษตรหลวงปางดะ 192 หมู่ 10 ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 50250 โทรศัพท์ 0 5337 8046, 0 5331 8322

5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง

thairoyalprojecttour

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

สำหรับการปลูกสร้างศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง ตั้งอยู่บนพื้นที่ 60 ไร่ ในเขตหมู่บ้านปางบง โดยศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์สาธิตและส่งเสริมการเพาะเห็ดและกาแฟแก่เกษตรกรในพื้นที่ มีพื้นที่รับผิดชอบ 120 ตารางกิโลเมตร หรือ 75,504 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดอยสะเก็ดและอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ครอบคลุม 8 หมู่บ้าน คือ บ้านปางบง, บ้านน้ำโค้ง, บ้านป่าป่าน, บ้านแม่ตอนหลวง, บ้านพงษ์ทอง, บ้านดง, บ้านปางไฮ และบ้านปางกำแพงหิน ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมือง ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความลาดชัน เป็นป่าดิบเขาที่มีแม่น้ำสำคัญ คือ แม่น้ำกวง, แม่น้ำหวาน และแม่น้ำตอน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 800-1,200 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 35 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 15 องศาเซลเซียส

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงวิจัยเกษตรภายในศูนย์ฯ เช่น หน้าวัว, กล้วยไม้กระถาง, เฟินหนัง, เฟินนาคราช, รองเท้านารี, พลับ และวนิลา, ชมสวนกาแฟอาราบิก้าพันธุ์ดีของโครงการหลวงและเกษตรกร รสนุ่น ชวนให้ลิ้มลอง และมีบริการกาแฟสดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น การต้อนรับบายศรีสู่ขวัญ, การแสดงฟ้อนเล็บ และดนตรีพื้นเมือง

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น เส้นทางเดินป่าพิชิตยอดเขาภูลังกาหลวง ที่มีความสูงถึง 2,031 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีพรรณไม้ป่า กล้วยไม้ นกหลายชนิด, จุดชมวิวยอดดอยลังกา, น้ำตกเทพเสด็จ เป็นน้ำตกสูง 80 เมตร มีหลายชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้ และม่อนพระฤๅษีเป็นแหล่งรวมสมุนไพรพื้นบ้านที่มีตามธรรมชาติ

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 118 เชียงใหม่-เชียงราย ผ่านแยกดอยสะเก็ดตรงไปถึงบ้านปางแฟน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายแจ้ห่ม ลำปาง ตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร ทางเข้าศูนย์ฯ จะอยู่ขวามือ รวมระยะทาง 54 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง หมู่บ้านปางบง หมู่ที่ 1 ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 50220 โทรศัพท์ 0 5331 8338, 08 1783 1208

6. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม

thairoyalprojecttour

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม จัดตั้งขึ้น ในปี พ.ศ. 2526 เพื่อสนองแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยอยู่ในความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ส่วนที่ทำการศูนย์ฯ ตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านห้วยศาลา ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ 10,437.76 ไร่ 15 หมู่บ้าน ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นชนเผ่าอาข่า ไทใหญ่ ไทลื้อ มูเซอ เย้า ลีซอ กะเหรี่ยง คนเมือง และคนจีนยูนาน อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 450-550 เมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบริมแม่น้ำกก ล้อมรอบด้วยแนวเขาสลับซับซ้อน

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงผลผลิต เช่น มะเขือม่วงก้านดำ, ฟักทองญี่ปุ่น, ฟักทองสีส้ม, ฟักทองสีขาว, มะระหยก, ถั่วแขก, ฟักประดับ, ถั่วแดงหลวง และถั่วเหลืองผิวดำ, ชมสวนมะม่วงสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น นวลคำ, อาร์ทูอีทู, เออร์วิ่น และปาล์มเมอร์ และชิมเสาวรสหวานรับประทานสด ๆ จากต้น

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ชมวิถีชีวิตชาวอาข่าบ้านห้วยศาลา การประดิษฐ์เรื่องประดับ การทอผ้า พิธีโล้ชิงช้าจัดช่วงเดือนสิงหาคม, สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทลื้อบ้านวังไผ่ ชมการแปรรูปบุกแบบภูมิปัญญาดั้งเดิม กลุ่มที่พักแบบโฮมสเตย์ เครื่องจักสานไม้ไผ่ อาหารแบบไทลื้อ และการบรรเลงดนตรีแบบไทลื้อมีความไพเราะและมีจังหวะที่สนุกสนาน การละเล่น เช่น ฟ้อนดาบ เต้นรำแบบไทลื้อ

ชมวิถีชีวิตชาวไทใหญ่บ้านใหม่หมอกจ๋าม ที่นี่มีวัดใหม่หมอกจ๋ามที่สร้างตามแบบศิลปะไทยใหญ่อย่างงดงาม และชาวไทยใหญ่จะมีเทศกาลที่จัดประจำปีต่อเนื่องกันทั้ง 12 เดือน ที่น่าสนใจ คือ ปอยส่างลอง (จัดเดือนเมษายน) ปอยเหลินสิบเอ็ดหรือจองพารา (จัดหลังเทศกาลสงกรานต์) ปอยหลวงยกย่องเจ้าครูหมอไต (จัดเดือนกุมภาพันธ์), วัดใหม่หมอกจ๋ามและพิพิธภัณฑ์เจ้าครูหมอไต เป็นการสร้างรูปสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่คล้ายกับประเทศพม่า ภายในมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวไทใหญ่ มีจุดชมวิวแม่น้ำกกอยู่ในบริเวณวัด และพระธาตุสบฝาง เป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งอยู่บนเขาสูง มองเห็นทัศนียภาพของสวนส้มและทิวเขาที่ทอดตัวสลับซับซ้อน

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ล่องเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำกก ระยะสั้นจุดเริ่มต้นที่ท่าเรือบ้านท่าตอนจนถึงบ้านวังไผ่ ส่วนระยะยาวจุดเริ่มต้นที่ท่าเรือบ้านตอนจนถึงจังหวัดเชียงราย และน้ำพุร้อนมะลิกาที่บ้านเมืองงาม

การเดินทาง : ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 190 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 107 (สายเชียงใหม่-ฝาง) ผ่านอำเภอแม่ริม-แม่แตง-เชียงดาว-ไชยปราการ-ฝาง ถึงบ้านท่าตอน อำเภอแม่อาย (สะพานข้ามแม่น้ำกก) เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1089 ตรงไปถึงบริเวณ กม.ที่ 37 เลี้ยวซ้าย 200 เมตร สามารถใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท มีบริการรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงใหม่-แม่อาย สอบถามที่สถานีขนส่งอาเขต (ช้างเผือก)

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหมอกจ๋าม บ้านห้วยศาลา หมู่ 15 ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ 50280 โทรศัพท์ 0 5345 1463 หรือ 08 1961 2677

7. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2544 เพื่อดำเนินงานศึกษาข้อมูลผลผลิตไปส่งเสริมแก่เกษตรกร ให้มีความรู้ความสามารถในการเพาะปลูกพืชอย่างถูกวิธี พื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 2 ตำบล คือตำบลสะเมิงเหนือและตำบลแม่สาบ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลีซอ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ลาดชันและที่ราบหุบเขา เชิงเขามีแหล่งน้ำสำคัญ คือ ห้วยแม่แพะและห้วยกิ่วมืด สูงจากระดับน้ำทะเล 900-1,200 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุด 27.42 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 18.5 องศาเซลเซียส

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงสาธิตผัก เช่น ถั่วแขก, แตงกวาญี่ปุ่น, มะเขือก้านม่วง ฯลฯ, ชมแปลงไม้ผล เช่น อะโวคาโด, มะเฟือง, ลิ้นจี่ ฯลฯ และชมฟาร์มตัวอย่างแม่ตุงติง ฟาร์มการเกษตรแบบผสมผสานอันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น บ่อน้ำพุร้อนโป่งกว๋าว เป็นน้ำแร่ธรรมชาติมีบ่อแช่น้ำแร่ และใกล้ ๆ ยังมีน้ำตกขนาดเล็กเหมาะแก่การพักผ่อนเล่นน้ำ

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 107 เชียงใหม่-แม่ริม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย แม่ริม-สะเมิง ระยะทาง 43 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาตรงหน่วยพัฒนาต้นน้ำโปร่งไคร้ ตรงไปตามถนนลูกรังระยะทาง 20 กิโลเมตร รวมระยะทาง 62 กิโลเมตร ฤดูฝนการคมนาคมลำบากควรใช้รถกระบะในการเดินทาง

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แพะ ตำบลสะเมิงเหนือ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ 50250 โทรศัพท์ 08 6117 2377

8. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ

thairoyalprojecttour


ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ หรือชื่อเดิมคือ "โครงการหลวงพัฒนาเกษตรที่สูงแม่แฮ" ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร มีพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด 33 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่วาง อำเภอแม่แจ่ม และอำเภอสะเมิง ครอบคลุม 24 หมู่บ้าน 1,750 ครัวเรือน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาและภูเขาสลับซับซ้อน มีที่ราบแคบตามแนวเหนือ-ใต้ของห้วยแม่แฮและห้วยแม่เตียน อุณหภูมิเฉลี่ย 24 องศาเซลเซียส

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงสาธิตผักและไม้ดอกที่มีผลผลิตตลอดทั้งปี, ชมแปลงผลผลิตของเกษตรที่เข้าร่วมโครงการ เช่น พลับ, สาลี่, พลับ, องุ่นไร้เมล็ด และสตรอว์เบอร์รี ฯลฯ, ชมไร่สตรอว์เบอร์รี ขนาดใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยที่ศูนย์ฯ ย่อยบ่อแก้ว ออกผลช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสตรอว์เบอร์รี เช่น ไวน์, น้ำสตรอว์เบอร์รี ฯลฯ

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ชมวิถีชีวิตชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้งที่มีให้เที่ยวชมได้ตลอดปี, ปีใหม่ม้ง จัดขึ้นในเดือนธันวาคมที่สนามกีฬาม่อนยะ บริเวณบ้านห้วยน้ำกลาง

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น หน่วยจัดการต้นน้ำแม่สะงะซึ่งเคยเป็นที่ประทับแรมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 7.5 กิโลเมตร มีป่าที่สมบูรณ์และธรรมชาติงดงามเหมาะสำหรับการศึกษาธรรมชาติ และมีบริเวณที่กางเต็นท์ตั้งแคมป์ได้, จุดชมวิว ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามที่ยอดดอยม่อนยะ บ้านน้ำจางและบ้านม่อนยะใต้ มีบริเวณตั้งแคมป์ได้, เส้นทางเดินป่าและตั้งแคมป์ที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่สะงะ, แหล่งน้ำธรรมชาติที่บ้านห้วยขมิ้น ห่างจากศูนย์ฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร, ถนนทุ่งบัวตอง ตามเส้นทางแม่เตียน-แม่แฮ-และแม่แฮ-ป่าเกี๊ยะน้อย ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนจะมีดอกบานสะพรั่ง และดอกนางพญาเสือโคร่ง (ซากุระเมืองไทย) ออกดอกในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม

การเดินทาง : ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ 101 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (สายเชียงใหม่-ฮอด) ถึงอำเภอสันป่าตองเลี้ยวขวาบริเวณแยกบ้านกาด เข้าทางหลวงหมายเลข 1013 (ถนนสันป่าตอง-แม่วาง) อีก 27 กิโลเมตร ผ่านศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งหลวงไปอีก 16 กิโลเมตร จะถึงศูนย์ฯ แม่แฮ

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ บ้านแม่แฮ ตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ 50270 โทรศัพท์ 08 9948 3546, 0 5321 1489

9. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

thairoyalprojecttour


ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ เริ่มต้นในรูปของงานอาสาพัฒนาชาวเขา ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำงานส่งเสริมของศูนย์จึงไม้เต็มประสิทธิภาพมากนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะจึงก่อตั้งขึ้นบ้านดอยสะโง๊ะ มีพื้นที่รับผิดชอบ 7 หมู่บ้าน 636 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ ประชากรประกอบด้วยชาวเขาเผ่าอาข่า ไทลื้อ และคนพื้นเมือง ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาลูกคลื่น สูงจากระดับน้ำทะเล 400-700 เมตร

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com
กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมงานพัฒนาและงานส่งเสริมการปลูกพืชผัก สมุนไพร, ไม้ผล, ไม้ดอก และพืชไร่ ผลผลิตที่โดดเด่น คือ คาโมมายล์และดอกหน้าวัว, เกษตรธรรมชาติร่มโพธิ์ทอง (สวนตาคม) นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมและชิมผลไม้ตามฤดูกาล เช่น องุ่น, ส้มโอ, ลองกอง, มังคุด, เงาะ ฯลฯ พร้อมทั้งเรียนรู้ระบบการเกษตรแบบพอเพียงตามแนวพระราชดำริของในหลวง

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น จุดชมวิวบนดอยสะโง๊ะ สามารถมองเห็นวิวสามเหลี่ยมทองคำและแม่น้ำโขง (สันนิษฐานว่าในอดีตเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง มีร่องรอยคูเมือง มีแผ่นอิฐเก่าเป็นร่องน้ำ), สามเหลี่ยมทองคำ, ทะเลสาบเชียงแสน และเส้นทางศึกษาธรรมชาติบ่อล้างทอง

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงสาย 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงสาย 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าอำเภอแม่จัน ตามทางหลวงสาย 1016 ถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 1290 ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึง กม.18 เลี้ยวซ้ายเข้าไป 3 กิโลเมตร สามารถเดินทางได้โดยรถยนต์ทุกประเภท สภาพเส้นทางเป็นถนนลาดยาง ก่อนถึงศูนย์เป็นถนนลูกลัง 1.5 กิโลเมตร

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ บ้านดอยสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150 โทรศัพท์ 0 5316 3346, 08 1951 9711

10. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว

thairoyalprojecttour


ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2524 เป็นศูนย์ขนาดเล็ก พื้นที่รับผิดชอบ 48.54 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน 995 ครัวเรือน ประกอบด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 450 เมตร ประกอบด้วยป่าโปร่งผลัดใบ ดิน มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทรายและดินลูกรัง อุณหภูมิสูงสุด 37 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 11 องศาเซลเซียส

thairoyalprojecttour
ภาพจาก thairoyalprojecttour.com

กิจกรรมการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น ชมแปลงสาธิตไม้ผลเขตร้อน เช่น มะละกอ, มะม่วง, มะปราง, พุทรา, ขนุน ฯลฯ ที่นี่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงหลายชนิด มะม่วงพันธุ์ออร์วิน มะม่วงนวลคำ ที่มีผลขนาดใหญ่ น้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม รับประทานได้ทั้งดิบและสุก, ชมแปลงสาธิตพืชผักหลายหลากชนิด เช่น มะระขาว, มะระหยก, ซาโยเต้ ฯลฯ, ชมสวนลิ้นจี่ของชาวบ้านที่ปลูกอยู่มากมายรอบ ๆ ศูนย์ฯ ซึ่งลิ้นจี่จะเก็บผลผลิตช่วงเดือนพฤษภาคม

การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น ชมวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาเผ่าม้ง ส่วนประเพณีที่น่าสนใจ คือ ประเพณีปีใหม่ม้ง ประเพณีสืบชะตาหลวงประจำหมู่บ้าน จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และประเพณีตานข้าวใหม่ จัดขึ้นหลังเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมของทุกปี

การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตาดครก เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีน้ำตลอดปี มีโขดหินสวยงาม เป็นแหล่งที่มีปลามุงอาศัยอยู่ ซึ่งนับว่าเป็นปลาหายากของประเทศไทย และน้ำตกตาดน้อย เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีกล้วยไม้ป่า แมลง ผีเสื้อ และเส้นทางเดินชมธรรมชาติ

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 108 เชียงใหม่-ฮอด ประมาณ กม. ที่ 10-11 ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวง 1269 หางดง-สะเมิง ระยะทาง 12 กิโลเมตร จะพบป้ายโครงการห้วยเสี้ยวด้านซ้าย เข้าถนนลูกรังอีก 3.5 กิโลเมตร รวมระยะทาง 29 กิโลเมตร ฤดูฝนการคมนาคมลำบาก

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยเสี้ยว บ้านห้วยเสี้ยว ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ 50230 โทรศัพท์ 0 5324 8425, 08 9850 6586

ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังวางแผนไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เพราะไม่เพียงแต่สัมผัสธรรมชาติเท่านั้น สถานที่เหล่านี้ยังมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวบ้านที่เรียบง่ายอีกด้วย

แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก





คุณกำลังดู: 10 โครงการหลวงเชียงใหม่น่าสัมผัส ต้อนรับลมหนาว

หมวดหมู่: เที่ยวไทย

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด