นั่งรถไฟฟรีเที่ยวเชียงใหม่ ประสบการณ์สุดประทับใจมิรู้ลืม

วันนี้เราหยิบเอาบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวสุดคลาสสิก ด้วยการนั่งรถไฟฟรี ขึ้นเหนือไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจมาฝาก

นั่งรถไฟฟรีเที่ยวเชียงใหม่ ประสบการณ์สุดประทับใจมิรู้ลืม
เที่ยวเชียงใหม่


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณฮโยริ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

เพราะการเดินทางไม่ว่าจะรูปแบบไหน ทั้งนั่งรถ ลงเรือ ขึ้นเครื่องบิน หรือโดยสารรถไฟ ก็มักทำให้เราพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตเสมอ จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ ต่างก็อยากออกเดินทางทุกครั้งเมื่อมีโอกาส ดังนั้น วันนี้เราจึงหยิบเอาอีกหนึ่งบันทึกการเดินทางของ คุณฮโยริ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวสุดคลาสสิก "นั่งรถไฟฟรี" ขึ้นเหนือไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าประทับใจอีกทริปหนึ่ง แต่จะสนุกสนานเฮฮาขนาดไหนนั้น ตามไปเที่ยวกันเลยจ้า




สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ชาวพันทิป นี่เป็นครั้งแรกของเจ้าของกระทู้ที่จะมาเล่าถึงประสบการณ์สุดประทับใจในการนั่งรถไฟฟรีไปเชียงใหม่ เจอทั้งร้อน หนาว หลงทาง ผิดแผน แต่ก็สนุกมากเลยค่ะ ^ ^

เราชวนน้องแบกเป้เที่ยวกันทั้งหมด 5 คน รวมตัวเราด้วย เราบอกกับน้องทุกคนก่อนเลยว่านั่งรถไฟฟรีนะ 555 ให้เขาทำใจกันก่อน (น้อง ๆ บอกว่าโอเคเลยค่ะพี่ หนูก็อยากเที่ยวแบบนี้เหมือนกัน) เราก็เลยโล่งใจ แผนการเที่ยวของเราคือวันที่ 1-4 พฤษภาคม 2557 เที่ยวแค่ในตัวเมืองบวกกับไหว้พระและขี่มอเตอร์ไซค์เล่นไปเรื่อย ๆ

วันแรก 1-05-57 นัดกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงตอน 10.30 น. เพื่อที่จะรีบจองตั๋วรถไฟฟรีกัน เมื่อพร้อมหน้ากันก็รีบวิ่งไปจองตั๋วฟรี โดยการโชว์บัตรประชาชนเพื่อแลกกับตั๋วค่ะ พวกเราได้ตั๋วเป็นรถเร็วขบวนที่ 109 กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ (รถไฟฟรี) ออกจากกรุงเทพฯ ตอน 12.45 น. ถึงเชียงใหม่ 04.05 น. ตอนที่แลกตั๋วเลยถามพี่คนที่จ่ายตั๋วว่ารถไฟจะมากี่โมงคะ พี่เขาบอกว่าสัก 11.00 น. ก็ลองเดินมาดูที่ชานชาลาได้แล้ว

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

จากนั้นเราก็ไปหาอะไรรองท้องกันก่อนเดินทาง 10.45 น. ก็ลองเดินมาดู และมีเสียงประกาศว่ารถไฟกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ขบวนที่ 109 จะเข้าชานชาลาแล้ว เราและน้องก็รีบเดินมองหาตู้ที่ 7 แล้วขึ้นไปจองที่กัน (ตั๋วฟรีก็บุ๊กที่ไว้ให้เรานะคะ แต่กันพลาด ^ ^) อยากจะบอกว่าขึ้นไปนั่งจองที่เป็นอะไรที่ค่อนข้างร้อนมาก เพราะว่ารถไฟยังไม่ออก อับลม และแดดค่อนข้างแรง เราก็นั่งกันบนนั้นแหละค่ะ ผลัดกับน้อง ๆ ลงไปรับลมกัน กว่าจะ 12.45 น. พี่ ๆ ป้า ๆ ลุง ๆ ก็เริ่มจะขึ้นมานั่งและจองที่กันบ้างแล้วววว

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

ยายคนนี้ไม่มีที่นั่งค่ะ เพราะตั๋วไม่ได้บุ๊กที่ไว้ให้ เพราะยายแกลงรังสิต เลยมาชวนน้องเราคุย (มิตรภาพนี่มีได้ทุกวัยจริง ๆ)

พอได้เวลารถไฟก็เริ่มออกจากสถานี สารภาพเลยว่าเราเหมือนเด็กมาก ดีใจที่จะได้ไปเที่ยวด้วยการนั่งรถไฟนี่แหละ เรามองหน้าน้อง ๆ แล้วเดาถูกเลยว่าน้องต้องร้อนมากแน่ ๆ เราคิดในใจว่าอีกนิดเดียวนะ เดี๋ยวแดดก็ร่มแล้ว

เที่ยวเชียงใหม่

จากกรุงเทพฯ-อยุธยา-ลพบุรี ประมาณ 15.30 น. พ่อของเราก็มาส่งน้ำเป๊ปซี่ใส่น้ำแข็ง และพวกของกินมาให้ที่สถานีลพบุรี (พ่อเจ้าของเราอยู่ลพบุรีค่ะ) ตอนนั้นเหมือนได้กินอะไรที่ชื่นใจมาก ๆๆ เพราะแดดตอนเวลาบ่าย 3 ค่อนข้างจะแรงเป็นพิเศษ

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เลยลพบุรีมาสักพักก็เข้าสู่นครสวรรค์ แดดร่มแถมลมเย็น ๆ ก็เริ่มมาแล้ว รถไฟวิ่งไปเรื่อย ๆ ก็เข้าสู่พิจิตร-พิษณุโลก หลังจากผ่านพิษณุโลกมาแล้วขอบอกเลยว่าเวลาผ่านไปไวมาก มาถึงอุตรดิตถ์-ศิลาอาสน์-เด่นชัย (คนเริ่มน้อย)-ลำปาง-ขุนตาน-ลำพูน-จนถึงปลายทางเชียงใหม่วันที่ 02-05-2557 เวลา 05.15 น. เลทไปชั่วโมงกว่า ๆ (เราไม่ได้หลับเลยเพราะว่าตื่นเต้นมากกกก และอากาศก็หนาวมากกกกก)

วันที่ 02-05-2557 ลงมาจากรถไฟก็จะมีวินรถแดงคอยมาเรียก เราก็เลยลองถามราคาไปว่าถ้าไปเที่ยวดอยสุเทพ ดอยปุย เท่าไหร่คะ เขาก็บอกว่า 5 คน 1,500 บาท (ตกคนละ 300) เราก็เลยยังไม่ตกลงอะไร แล้วไปซื้อตั๋วรถไฟขากลับก่อน (ได้กลับวันที่ 4-05-2557 รถด่วนรอบ 17.30 น. ถึง กรุงเทพ 08.35 น. ราคา 270 บาท ชั้น 3) แล้วค่อยมาเรียกรถแดงไปฝากของที่โรงแรมก่อน เราจองไว้ที่ B2 Green ตรงถนนห้วยแก้ว ลุงคิดหัวละ 40 บาท แล้วก็ฝากนามบัตรไว้ให้กับเราว่าถ้าสนใจเที่ยวโทรหาลุง เดี๋ยวลุงจะแถมพาเที่ยวที่อื่นด้วย เราก็รับมาแล้วเข้าโรงแรม บอกว่ามาฝากของ ประชาสัมพันธ์ของโรงแรมบอกว่าตอนนี้ห้องว่างอยากจะเช็กอินเลยมั้ย (06.00 น.) โดยไม่มีการชาร์จเพิ่มนะคะ เรารีบตกลงแล้วแยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วโทรนัดลุงให้มารับตอน 08.00 น. ให้พาเที่ยวพระธาตุดอยสุเทพ-ดอยปุย-พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

ที่พระธาตุดอยสุเทพ จะมีพี่ผู้ชายคนหนึ่งคอยแนะนำค่ะว่าควรทำอะไร ยังไง ดีมาก ๆ เลย ขอบคุณมากนะคะ

ก่อนจะไปดอยปุยเลยได้ถ่ายรูปกับเด็กชาวเขา แค่เรียกว่าพี่คนสวยคะ เราก็ถ่ายแล้วล่ะค่ะ

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

บนดอยปุยอากาศดีมากเลยค่ะ อดไม่ได้ที่จะใส่ชุดชาวเขาถ่ายรูปกับเค้าด้วย

ลงจากดอยมาประมาณเที่ยงนิด ๆ เราเลยให้ลุงพาเที่ยววัดต่อ แต่ลุงคนขับเหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง ขับรถแบบเบรกรัวมากก ปาดไปปาดมา เลยตัดสินใจกับน้อง ๆ ว่ากลับที่พักเถอะไปพักกัน แล้วเย็น ๆ ค่อยออกมาเที่ยวกันเอง ก็เลยให้ลุงขับมาส่งที่โรงแรม ลุงถามว่าทำไมไม่ไปต่อล่ะ (นี่ลุงยังไม่รู้ตัวอีกเหรออออ) เราก็ไม่ได้ตอบอะไร แล้วเดินออกมาเลย

หลังจากพักผ่อนกันแล้วตกเย็นก็โทรบอกกับเจ้าหน้าที่โรงแรมว่าจะเช่ามอเตอร์ไซค์ เขาก็โทรตามให้ 3 คัน ทิ้งบัตรประชาชนไว้กับที่ร้าน แล้วพอคืนรถเขาก็เอาบัตรมาคืนให้ค่ะ พอได้มอเตอร์ไซค์แล้วก็ถึงเวลาออกแว้นกันแล้ว ตอนแรกตั้งใจจะไปขี่รถเล่นใน มช. แต่หลงทางกันแบบไม่รู้จะไปทางไหนต่อ ก็เลยตัดสินใจไปหาข้าวกินที่ถนนนิมมานฯ แทนแล้วกัน ร้านที่เลือกไว้ตั้งแต่แรกเลย คือ ร้านต๋อง นิมมานซอย 13 บรรยากาศร้านสบาย ๆ เปิดเพลงเพราะดี อาหารพื้นเมืองก็น่ากินมาก ๆ ร้านนี้เราปลื้มเลยล่ะ บิลออกมาก็ตกใจ คนละ 120 บาท ถูกมากกก

เที่ยวเชียงใหม่

กับข้าวมีทั้งหมด 5 อย่างค่ะ แต่อดไม่ไหวเลยขอแชะภาพซะก่อน

เที่ยวเชียงใหม่

มีเพื่อนมาทักทายซะด้วย

หลังจากมื้อหลักก็ไปหาร้านนมกินกัน มาจบที่ร้านสวนนม นิมมานซอย 6 ร้านน่ารักบรรยากาศโอเคเลยค่ะ ในระหว่างที่กินกันก็คิดอยู่ว่าจะไปไหนต่อดี สุดท้ายก็ตัดสินใจกันว่าไปเดินเล่นไนท์บาร์ซากัน ขี่รถออกมาแบบงง ๆ เพราะไม่แน่ใจว่าจุดหมายหน้าตาเป็นยังไง ขับไปถามทางไปก็ถึงจุดหมายแล้วเดินเล่นแป๊บนึงค่ะ ตอนขากลับนี่โหดสุด กลับตอนห้าทุ่มกว่า ๆ เกือบขับรถออกนอกเมืองแหนะ กว่าจะมาถึงโรงแรมก็ปาไปเที่ยงคืนกว่า

ตื่นมาตอนเช้าวันที่ 3-05-57 อากาศเย็นมาก อาจเป็นเพราะว่าเมื่อคืนฝนตก 08.30 น. ก็ซิ่งกันออกมากินโจ๊กร้านสมเพชร แล้วต่อด้วยการไหว้พระวัดเชียงมั่น-อนุสาวรีย์สามกษัตริย์-วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร-วัดพันเตา-วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

เที่ยวเชียงใหม่

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

เที่ยวเชียงใหม่

ชอบลานตรงนี้มาก ๆ



เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

วัดพันเตา

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

หลังจากไหว้พระในเมืองกันเสร็จก็ขอไปแอ๊วหนุ่มเหนือที่อ่างแก้ว มช. อากาศเย็น ๆ มีแดดนิดหน่อย (มช. เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของเราที่อยากไปอยู่ แต่ตอนนี้แก่เกินไปละ T_T)

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

นั่งพักถ่ายรูปกินน้ำร้านตรงข้ามอ่างไปสักแป๊บ ก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกมาไหว้พระครูบาศรีวิชัยเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองค่ะ แวะกินก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ เดินขึ้นไปน้ำตกห้วยแก้วสักหน่อย อากาศร้อนสุด ๆ แต่น้ำเย็นมากก ประมาณบ่ายสามหน่อย ๆ ก็กลับที่พักมานอนแช่แอร์สักแป๊บ แล้วเย็น ๆ ค่อยออกมาแว้นกันใหม่

18.00 น. ได้เวลาออกเที่ยวแล้วค่ะ เราและน้อง ๆ ขี่มอเตอร์ไซค์มาตามคูเมือง จนถึงถนนคนเดินวัวลาย มีรับฝากมอเตอร์ไซค์คันละ 10 บาท ไม่ต้องกลัวหายจ้า ถนนที่นี่ขายของแฮนด์เมดทั้งสาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเงิน ของถักทอทั้งหลาย โปสการ์ด มาที่นี่ได้ของเพียบตัวเบาแบบไม่รู้ตัวเลย ถนนสายนี้จะมีเด็กน้อย ไปจนถึงลุง-ป้า มายืนเต้น-ร้องเพลงให้ฟังตลอด เพลินมากเลยค่ะ

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เดินเล่นไปเรื่อย ๆ เผลอแป๊บเดียวก็ 20.30 น. แล้ว เราเลยกลับกันดีกว่าเพราะมีนัดกับเพื่อนที่อยู่เชียงใหม่ต่อ ส่วนน้อง ๆ ก็ขอแยกกลับที่พักบ้าง ไปเดินเล่นที่นิมมานฯ ต่อบ้าง

เที่ยวเชียงใหม่

เรากับเพื่อนเลือกมานั่งกันที่ร้าน Maldives นิมมานซอย 6 บรรยากาศดีเพลงเพราะค่ะ นั่งคุยกับเพื่อนเพลินจนเกือบตี 2 โอ้วววว รีบกลับก่อนดีกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นไม่ไหว

วันที่ 4-05-57 กว่าจะตื่นเช้านี้ก็ปาไป 09.30 น. แล้วค่ะ ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวกันเพราะต้องเช็กเอาท์ก่อนเที่ยง พอเช็กเสร็จก็ฝากของไว้ที่ล็อบบี้แล้วก็ออกมาแว้นไปซื้อของฝากกันที่ตลาดวโรรส ซื้อเสร็จแล้วก็มาหาร้านนั่งกินข้าวกับขนมกันที่นิมมานฯ (บอกเลยว่าทริปนี้ไปไหนไม่รอดนอกจากนิมมานฯ) มาลงเอยที่ร้านกูโรตีและชาชัก ร้านนี้มีทั้งข้าวและของหวานหลายอย่างค่ะ โรตีก็มีให้เลือกหลายหลาย เราก็กินไปเยอะเหมือนกัน กลับมาบ้านต้องลดแล้วแหละ

เที่ยวเชียงใหม่

นั่งรอเวลาไปเรื่อย ๆ ประมาณบ่าย 2 ก็กลับมาที่พัก นั่งตรงล็อบบี้รอให้ได้เวลาแล้วค่อยนั่งรถไปสถานีรถไฟ ที่โรงแรมเขามีบริการรถไปส่งที่หน้าปากซอยนะคะ เราเลยไม่ต้องเดินออกไปเอง พอถึงสถานีรถไฟถามเจ้าหน้าที่ก่อนเลยว่าขบวน 52 จะมากี่โมง พี่เขาบอกว่าเข้าชานชาลา 17.00 น. เวลาเหลืออีกเพียบ เลยซื้อโปสการ์ดเพิ่มเขียนหาเพื่อน ๆ ด้วยดีกว่า

เที่ยวเชียงใหม่

รีบมาส่งโปสการ์ดให้เพื่อนก่อน

เที่ยวเชียงใหม่

17.00 น. รถไฟมาแล้วจ้า ขบวน 52 โบกี้ที่ 9 รีบหาที่นั่งกันเลย รอบนี้ก็ได้นั่งคนเดียวอีกเหมือนเดิม แต่มีป้าคนหนึ่งมานั่งตรงข้ามด้วย ป้าแกมาจากพัทลุง มาหาลูกที่เชียงใหม่ค่ะ ลูกของป้าก็มาฝากฝังเรากับน้อง ๆ ว่าฝากดูแลแม่พี่ด้วยนะ แม่พี่ลงหัวลำโพง ^ ^ ได้เลยจ๊ะพี่

เที่ยวเชียงใหม่

บ๊ายบายเชียงใหม่

พอรถไฟออกสิ่งที่เราตั้งตารอ คือ วิวข้างทาง เราพยายามที่จะเก็บบรรยากาศให้ได้มากที่สุด ขากลับเลยเก็บภาพมาได้เท่านี้ค่ะ

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่

พอดึก ๆ เลยลำปางมาเราก็เริ่มง่วง เลยนอนเหยียดขาบนเบาะเลยจ้า หนาวก็หนาวเลยเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วออกมาห่มกันหนาวกันไป เพราะลืมเอาเสื้อแขนยาวมาด้วย ถึงสถานีพิษณุโลก ตอน 01.30 น. เพื่อนเราก็ใจดีมาส่งน้ำส่งขนมให้ได้กินกัน (ขอบคุณมาก ๆ นะคะ) หลังจากนั้นเราก็หลับยาวเลยจ้า มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงอยุธยาแล้ว ไม่ถึง 1 ชั่วโมงก็ถึงสถานีบางซื่อ เราเลยลงสถานีนี้แล้วพร้อมบอกน้อง ๆ ทุกคนว่าถ้าถึงบ้านแล้วบอกพี่ด้วยนะ และขอบคุณน้อง ๆ ที่ร่วมเดินทางกับเราในครั้งนี้ เพราะค่อนข้างทรหดพอสมควร

เที่ยวครั้งนี้เราเหนื่อยมาก แต่ก็ประทับใจมาก ๆ ต้องขอบคุณน้อง ๆ ผู้ร่วมเดินทางอีกครั้งหนึ่ง ที่ทำให้เราได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการนั่งรถไฟครั้งนี้ค่ะ

^^ เวลาที่คนเหนือเขาคุยกับเราเป็นภาษาเมืองนี่น่ารักเนอะ

เราถ่ายรูปจากกล้องมือถือแล้วเอามาใส่ฟิลเตอร์ใน 360 องศานะคะ รูปเลยออกมาเป็นแบบที่เห็น

เที่ยวเชียงใหม่

เราลืมบอกว่าเที่ยวได้เพราะสิ่งนี้ค่ะ มีบอกไว้หมดเลยว่าที่ไหนมีอะไร (ขอบคุณน้องที่ทำงานที่ให้เรายืมเซตนี้นะคะ)

เที่ยวเชียงใหม่

มีแผนที่บอกด้วยว่าอะไรอยู่ตรงไหน แต่ก็ยังหลงทางกันอยู่ดี อิอิ

เที่ยวเชียงใหม่

มีหลายคนถามเข้ามานะคะว่าเที่ยวครั้งนี้ใช้งบไปเท่าไหร่ เราจะแจงให้ฟังคร่าว ๆ นะ

นั่งรถไฟขาไป ฟรีค่ะ ขากลับรถด่วนชั้น 3 ราคา 270 บาท

รถแดงจากสถานี-B2 Green ถนนห้วยแก้ว เหมา 200-5 คน คนละ 40 บาท ไปกลับ 80 บาท

เหมารถแดงขึ้นดอยคนละ 300 บาท

ซื้อของน่ารัก ๆ เช่าชุดแม้ว รวมแล้ว 100 บาท

เช่ามอเตอร์ไซค์วันละ 250 บาท 2 วัน 500 บาทค่ะ

ค่าที่พัก คืนละ 590 บาท 2 คืน 1,180 บาท ค่ะ หารสองอยู่ที่ 590 บาท โรงแรมนี้เราแนะนำเลยนะคะ บริการดีมาก พนักงานพูดจากดีน่ารักมากค่ะ

ค่ากินร้านต๋อง คนละ 120 บาทค่ะ

ร้านสวนนม เรากินไปประมาณ 50 บาท

เดินเล่นไนท์บาร์ซ่าเราซื้อของไปประมาณ เกือบ 300 บาท

03 05 2014

เราไหว้พระทำบุญ น่าจะอยู่ที่ 300 บาท

มื้อเช้ากินโจ๊กร้านสมเพชร กาแฟ 20 บาท โจ๊ก 35-55 บาท

มื้อบ่ายกินไก่ทอดไป มื้อนี้น่าจะ 50 บาทนิด ๆ

เติมน้ำมัน 50 บาท

ตกเย็นไปเดินเล่นถนนวัวลาย ซื้อโปสการ์ดไปประมาณ 100 บาท

ตอนดึกมากินร้านมัลดีฟส์ คนละ 400 บาท (กิน 2 คนค่ะ)

04 05 2014

ซื้อของฝาก 450 บาท

มากินข้าว+นมร้านกูโรตี 150 บาท

สถานีรถไฟซื้อโปสการ์ดเพิ่มอีก 30 บาทค่ะ

รวมแล้ว 3,895 ค่ะ แต่จะมีจิปาถะอีกนิด ๆ หน่อย ๆ เสียตังค์ค่อนข้างเยอะแต่สนุกมาก ๆ เลยค่ะ ^ ^

เที่ยวเชียงใหม่

ในที่สุดโปสการ์ดก็เดินทางมาถึงแล้วค่ะ ดีใจมาก ๆ ^ ^



แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ


คุณกำลังดู: นั่งรถไฟฟรีเที่ยวเชียงใหม่ ประสบการณ์สุดประทับใจมิรู้ลืม

หมวดหมู่: เที่ยวไทย

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด