One Day Pass กับการเที่ยวตามผังรถไฟใต้ดินในโตเกียว

ทริปท่องเที่ยวโตเกียวแบบสบาย ๆ ตามผังรถไฟฟ้าใต้ดิน ในหนึ่งวันเที่ยวแบบง่าย ๆ สะดวกสบาย

One Day Pass กับการเที่ยวตามผังรถไฟใต้ดินในโตเกียว
japan-tokyo
เที่ยวโตเกียวในหนึ่งวันด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณเจ้าหญิงแห่งความดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ใครที่วางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นและกำลังงงกับการเดินทางอยู่ละก็ ตามเรามาเลยค่ะ เพราะเราหยิบเอาบันทึกการเดินทางของ คุณเจ้าหญิงแห่งความดี สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้มาเล่าเรื่อง One Day Pass กับการวางแผนเที่ยวตามผังรถไฟใต้ดินในโตเกียวมาบอกเล่ากัน ลองศึกษาข้อมูลนี้ดูกันก่อนนะคะ เผื่อจะทำให้การเดินทางในโตเกียวง่ายกว่าเดิม ^__^



เมื่อ 7-21 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ฉันได้ไปทดลองใช้ชีวิตในโตเกียว และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ตัดสินใจซื้อ One Day Pass หลังจากไปญี่ปุ่นมา 3 ครั้งแล้ว พบว่าตัวเองน่าจะซื้อใช้ตั้งแต่แรก เพราะมันประหยัดและคุ้มมาก เสียเงินกับการเดินทางในโตเกียววัน ๆ หนึ่งมากกว่าที่ซื้อ One Day Pass ไปหลายร้อยบาทต่อวันมาแล้ว จึงอยากจะมาแบ่งปันสำหรับคนที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวและยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อตั๋วอะไร

กระทู้นี้จะพูดถึงการซื้อตั๋ว One Day Pass ที่จะเอาไว้ใช้เฉพาะในโตเกียว รวมถึงตัวอย่างการวางแผนเที่ยวตามผังรถไฟใต้ดิน เพื่อให้คุ้มในหนึ่งวัน จึงขอแนะนำให้ซื้อแบบตั๋วที่ใช้ได้ทั้งรถไฟใต้ดินของรัฐบาล คือ Toei Line กับของเอกชน คือ Metro Line จริง ๆ แล้วรถไฟในโตเกียวไม่ได้มีแค่รถไฟบนดินของค่าย JR กับรถไฟใต้ดินของทั้ง 2 ค่าย ที่ว่ามา แต่ยังมีรถไฟของค่ายอื่น ๆ อีก แต่ในที่นี้ขอไม่พูดถึงนะคะ เดี๋ยวจะงงกันไปใหญ่ เอาที่จำเป็นในการเดินทางในโตเกียวก็พอ

กระทู้ก่อนหน้านี้มีเขียนไว้ 4 ตอนแล้วค่ะ ใครอยากตามไปอ่านเชิญได้ที่

1. ฟ้าสีเพลิง ณ กรุงโตเกียว http://pantip.com/topic/32612390

2. พาไปร้านพ่อค้าขายหมูปิ้งที่ชินจูกุ http://pantip.com/topic/32615485

3. ขอท้าคนไม่ชอบและไม่ยอมกินปลาดิบ มาลองที่นี่ Sushi Dai @ ตลาดปลา Tsukiji http://pantip.com/topic/32618971

4. ราเมน TAKESUE (ทาเกะสุเอะ) กับวิธีเสิร์ฟแบบพิถีพิถัน อยู่ไม่ไกลจาก Tokyo Skytree http://pantip.com/topic/32623485

รถไฟใต้ดินในโตเกียวนั้นมีสถานีทะลุทะลวงไปทุกหนแห่ง โดยเฉพาะตามแหล่งสถานที่ท่องเที่ยว ถ้าไปโตเกียวยังไงก็ควรจะได้ไปตรงนั้น ถ้าไม่ได้ไปเหมือนไปไม่ถึงอะไรประมาณนั้น เพราะต่อให้มี JR Pass ก็ยังต้องจ่ายค่ารถไฟใต้ดินเพิ่ม เนื่องจากรถไฟบนดิน (ของ JR) ไปไม่ถึงหรือไม่ผ่านตรงนั้น

japan-tokyo

การตามหาสถานีที่เป็น Subway มี Symbol แบบนี้ ซึ่งมี 2 ค่าย คือ Metro กับ Toei ที่เหมือนตัว M คือ Metro และที่เหมือนต้นไม้สีเขียวคือ Toei

japan-tokyo

สถานีรถไฟใต้ดินทั้ง 2 บริษัท ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ด้วยกัน คือ เดินหากันได้ มีแค่บางสถานี เช่น สถานี Kuramae (อ่านว่า คู รา มา เอะ ซึ่งฟังเร็ว ๆ จะเหมือน คูราไม) จะอยู่แยกกัน แต่ก็ไม่ได้ไกลกันมาก เพียงแค่ต้องโผล่ขึ้นมาบนดินก่อน แล้วเดินข้ามถนนไปอีกถนนหนึ่งค่อยมุดลงใต้ดินไปอีกที แต่สำหรับฉันถ้าการเดินทางจะต้องมีเส้นทางที่ต้องไปเปลี่ยนขบวนรถไฟที่สถานี Kuramae ฉันจะเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นแทนเพราะขี้เกียจเดินเยอะค่ะ

การเดินทางโดยรถไฟใต้ดินหากดูแผนผังจากภาพข้างล่างนี้ก็จะสามารถสลับสับเปลี่ยน หรือใช้ขบวนรถไฟที่ต่อเนื่องกันไปหาจุดหมายปลายทางได้หลายแบบ แล้วแต่จะอ้อมหรือไม่อ้อม หรือไกลใกล้ยังไง Scale ค่อนข้างใช้ได้ แต่ก็ไม่ทั้งหมด

japan-tokyo

การจะใช้แผนผังรถไฟใต้ดินนี้แล้วเดินทางให้ง่ายๆ ก็คือ ดูสถานีเริ่มต้นว่าหมายเลขอะไร และจะไปสถานปลายทางที่หมายเลขอะไร หรือจะไปต่อรถไฟที่สถานีไหน เพราะบางครั้งจะไปสถานีปลายทางที่จากต้นทางนั่งไปขบวนเดียวไม่ถึง ก็ต้องไปต่ออีกขบวน บางทีก็บริษัทเดียวกัน บางทีก็คนละบริษัทเลย ถึงบอกว่าถ้าจะให้ดีก็ซื้อแบบใช้ได้ทั้ง 2 บริษัท จะสะดวกกว่า ขอยกตัวอย่างแบบนี้นะคะ

japan-tokyo

จากภาพข้างบน ฉันเริ่มจากที่พักที่เคยรีวิวไว้ในกระทู้ที่ 1 ซึ่งสถานีตรงนั้น (วงสีแดงด้านบน) คือ Oshiage Station นั่งรถไฟสาย Z (จาก Z14) ไปเปลี่ยนรถไฟที่วงสีฟ้า คือ ลงที่ Z11 เพื่อเปลี่ยนเป็นสาย E ซึ่งตรงนี้ต้องออก Exit ผ่านเครื่องที่ต้องสอดบัตร ไปเข้าอีกชานชาลาหนึ่ง เพื่อขึ้นรถไฟอีกสายหนึ่ง คือ สาย E ไปลงที่สถานี Tsukijishiro (E18) ซึ่งเป็นสถานีที่จะเข้าไปตลาดปลาใกล้ที่สุด

japan-tokyo

การจะเดินไปขึ้นรถไฟที่ชานชาลาแต่ละสถานีบางครั้งก็มึนได้ ตอนเดินตามป้ายเพื่อไปที่ชานชาลาก็แค่ดูสีของรถไฟว่าสายไหน สีของแต่ละสายมันต่างกันชัดเจน มันไม่ยากเท่าไร อย่างอันนี้สายสีม่วง จาก Z14 ฉันจะไป Z11 ก็ดูตามป้าย (ภาพข้างบน) ที่ป้ายเขียน Z1-Z13 ก็คือ ฉันจะไป Z11 ก็ไปชานชาลาตามลูกศรชี้

แต่ตอนไปถึงชานชาลาแล้วจะต้องเลือกว่านั่งฝั่งไหนถึงจะถูก คงต้องดูดี ๆ ว่าเราขึ้นรถไฟถูกขบวนไหม เพราะรถไฟจะมีทั้งขาไป-ขากลับ ขึ้นผิดฝั่งก็ไปคนละทิศเลย

ฉันมีวิธีดูง่าย ๆ ยกตัวอย่าง เช่น จาก E14 ไปลง E18 การดูตัวเลขแบบนี้ ก็ง่ายต่อการดูเร็ว ๆ แบบผ่านสถานีไหนไปแล้ว กำลังจะถึงสถานีไหน ก็จะได้รู้ว่าใกล้หรือยัง เพราะบางสถานีชื่อเรียกยาก ฟังก็ไม่ค่อยได้ยิน มองออกไปนอกหน้าต่างกระจกของรถไฟก็จะเห็นป้ายตามเสาที่สถานี จะได้รู้ว่าถึงไหนแล้ว บางทีนั่งนาน คิดอะไรเพลิน ๆ ไม่ทันได้นับสถานีก็จะได้ไม่เลยป้าย

และการจะเลือกนั่งฝั่งไหน ถ้าดูตัวเลขก็จะได้รู้ว่าเราขึ้นถูกฝั่งไหม อย่างภาพนี้ฉันถ่ายมาจากฝาผนังตอนรอรถไฟ เพื่อให้มั่นใจว่าเรานั่งถูกฝั่ง คือ จาก E14 จะไป E18 เห็นเลยว่าลูกศรชี้ไป E15 คือ ทิศทางที่จะไป E18 แน่นอน เพราะตัวเลขมันบอกลำดับเอาไว้

japan-tokyo

Toei ไม่ได้มีแค่รถไฟใต้ดินนะคะ มีรถเมล์กับรถรางด้วย อันนี้เป็นของรัฐบาล การก่อสร้างสถานีส่วนใหญ่ คำนึงถึงความปลอดภัยขณะรอรถไฟ ทำได้ดีกว่าของเอกชนค่ะ อย่างภาพนี้เป็นตัวอย่างค่ะ

japan-tokyo

เยี่ยมชมเว็บเขาได้ที่ http://www.kotsu.metro.tokyo.jp/eng/

ในขณะที่ของ Metro จะเป็นแบบนี้

japan-tokyo

http://www.tokyometro.jp/en/index.html

แต่เราก็ต้องพึ่งทั้ง 2 ค่ายนะคะ เพราะไม่ได้มีค่ายไหนไปทุกที่ คือ เหมือนเขาค่อย ๆ สร้างมาเติมเต็มในส่วนที่ขาด เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน ยกเว้นรถไฟบนดินอย่าง JR ก็จะมีทับเส้นทางหรืออยู่ใกล้กันกับสถานีรถไฟใต้ดิน บางครั้งแหล่งท่องเที่ยวเดียวกันแต่ใช้ชื่อสถานีคนละอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะไป Harajuku ของ JR Line ก็ไปสถานีชื่อ Harajuku ในขณะที่ถ้าเป็นรถไฟใต้ดิน จะไปลงที่สถานี Meiji Jingumae ซึ่งห่างกันแค่เดิน 1-2 นาที

japan-tokyo

เล่าให้ละเอียดหน่อย ก็คือ สถานี Harajuku อยู่ติดกับ Meji Shrine ส่วนสถานี Meiji Jingumae อยู่ตรงถนนที่ตัดกับถนนหน้าสถานี Harajuku เป็นถนนที่อยู่ขนานกันกับถนนคนเดิน Takeshita ซึ่งเป็นถนนที่ใคร ๆ ก็ต้องไปที่นั่น ยิ่งวันเสาร์-อาทิตย์จะเบียดเสียดกันทีเดียว

แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าใครมี JR Pass แล้วก็อาจไม่ต้องซื้อ One Day Pass สำหรับรถไฟใต้ดินที่ว่านี้ แต่ให้ซื้อ From Point to Point และขอแนะนำให้ซื้อ Suica หรือ Pasmo ซึ่งเป็นบัตรแทนเงินสด เติมเงินได้ หรือแลกคืนเป็นเงินสดได้ เอาไว้ใช้กับรถไฟได้กับทุกสายที่ว่ามา แถมยังเอาไปซื้อของได้ กินราเมนในบางร้านได้ กินอาหารในบางที่ก็รับบัตรพวกนี้เหมือนกัน (Suica มีขายหลายที่ โดยเฉพาะตามสถานีรถไฟบนดิน คือ JR ส่วน Pasmo ก็มีขายหลายที่โดยเฉพาะตามสถานีรถไฟใต้ดินคือ Toei กับ Metro แต่ทั้ง 2 บัตรก็ใช้ได้เหมือนกัน)

ภาพนี้คือ 2 สิ่ง ที่ต้องใช้ในการเดินทางท่องเที่ยวในโตเกียว คือ ตั๋ว One Day Pass กับผังรถไฟใต้ดินทั้ง 2 ค่าย

japan-tokyo

จากตัวอย่างตั๋ว One Day Pass ในภาพที่เห็นด้านบน วันที่คือ 14, เดือน คือ 9 ส่วนปี คือ 26 เป็นการนับปีของญี่ปุ่นนะคะ เขาไม่ได้ใช้ พ.ศ. หรือ ค.ศ. เหมือนเรา

Tip s: ถ้าไปถึงสนามบินนาริตะหรือฮาเนดะแล้ว ให้ซื้อที่สนามบินทันทีจะถูกกว่า ซึ่งเขาเรียกว่า Tokyo Subway Ticket (1-day : 800 yen, 2-day : 1200 yen, 3-day : 1500 yen) แต่ตั๋วนี้...จากสนามบินนาริตะหรือสนามบินฮาเนดะเข้าเมืองอาจจะยังใช้เดินทางไม่ได้ เพราะต้องซื้อรถไฟสายอื่นในการเดินทางเข้าเมือง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าพักที่ไหน เช่น ของฉันพักแถว Tokyo Skytree ก็จะต้องซื้อตั๋วของค่าย Keisei (อ่านว่า เค-เซ) เพราะมีรถไฟที่นั่งต่อเดียวถึง ตามที่ได้รีวิวไว้แล้วในกระทู้แรก

ภาพนี้คือรถไฟสายต่าง ๆ จากทั้ง 2 สนามบิน ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครพักที่ไหนก็ใช้บริการตามเส้นทางที่มี

อันนี้ Narita Airport

japan-tokyo

ส่วนอันนี้ Haneda Airport

japan-tokyo

พอดีฉันไม่ได้ซื้อจากสนามบินเพราะมารู้ทีหลัง จึงจำใจต้องซื้อตอนเข้าเมืองมาแล้ว ซึ่งก็จะแพงกว่า คือ วันละ 1,000 เยน (ถ้าซื้อจากสนามบินก็จ่ายแค่ 800 เยน แต่ถ้าซื้อแบบ 3-day ก็ยิ่งประหยัดเลย ตกวันละ 500 เยนเอง) หากต้องการใช้ได้ทั้ง 2 ค่าย ซึ่งก็ขอแนะนำให้ใช้อันนี้แหละ เพราะสะดวกดี ไปได้ทุกสถานีรถไฟใต้ดินเลย

ซื้อของ Pass นี้คือ Toei and Tokyo Metro One-Day Economy Pass มีวิธีซื้อง่าย ๆ มาฝากค่ะ

ซื้อจากเครื่องสีเขียวนะคะ

japan-tokyo

หลังจากกดปุ่มเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษแล้วจะได้หน้าตาแบบนี้ (มองหาปุ่มคำว่า English นะคะ พอดีรูปนี้ กดปุ่มมาแล้วเลยไม่เห็นคำว่า English)

japan-tokyo

จากภาพข้างบนให้เลือก One Day Economy Pass จะได้หน้าจอแบบภาพนี้

japan-tokyo

แล้วเลือกอันที่เป็น 1,000 yen ใช้ได้ทั้งหมดที่เป็นรถไฟใต้ดินทั้ง 2 ค่าย พอเลือกเสร็จก็จะได้หน้าจอนี้ เตรียมจ่ายเงินด้วยการสอดธนบัตร 1,000 เยน ไปเลยค่ะ

japan-tokyo

เรียบร้อยแล้ว ตั๋ว One Day Pass ก็จะออกมาตรงนี้ พร้อมตะลุยโตเกียวกันเลยค่ะ ง่ายมากเลยเนาะ (กว่าจะรู้ก็เสียค่าไม่รู้ไปหลายตังค์แล้ว ฮ่า ๆ)

japan-tokyo

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่า Pass นี้ถ้าเป็น One Day Pass การใช้ให้คุ้มต้องใช้แต่เช้า คือ เขาจะนับการใช้ตั้งแต่รถไฟเที่ยวแรกไปจนถึงเที่ยวสุดท้ายของวันนั้น ๆ One Day Pass ไม่ได้แปลว่าใช้ได้ 24 ชั่วโมง หมายความว่า ไม่ใช่ซื้อตอน 10 โมงเช้า แล้วจะใช้ได้ถึง 10 โมงเช้าของอีกวันหนึ่งนะคะ ดังนั้นการใช้ Pass ก็ควรจะเริ่มเที่ยวแต่เช้าถึงค่ำ และไปหลาย ๆ ที่ต่อวันถึงจะคุ้มสุด

ยกตัวอย่าง...วันหนึ่งของฉันให้ดูนะคะ คือ วันนั้นไม่ได้ตื่นแต่เช้ามืดเหมือนวันที่ไปตลาดปลาเป็นจุดแรก แต่ก็อยากไปหลายที่ จึงเริ่มจากที่พักตั้งแต่ 9 โมงเช้า เพราะอยากไปถ่ายรูปสะพานแว่นตาให้ทัน จึงต้องไปถึงที่นั่นก่อน 09.30 น. (สะพานที่ว่านี้อยู่หน้าพระราชวังอิมพีเรียลที่โตเกียว) แล้วต่อด้วยตลาดปลาเพื่อไปลองกินซูชิที่ร้านไม่ดังในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติ แต่ไปเพราะคนญี่ปุ่นแนะนำถ้าไม่อยากรอคิวนาน วันก่อนหน้านี้ได้ไปกินร้านดังมาแล้วเลยอยากเปรียบเทียบ จากนั้นก็ไปเที่ยวสนามแข่งซูโม่ ซึ่งติดกับพิพิธภัณฑ์ Edo รอบนี้ไม่ได้เข้าไป เพราะเคยไปมาแล้วครั้งก่อน

แล้วก็ไปหาอะไรกินแถวชินจูกุ เสร็จแล้วไปเดินดูของที่ตลาด Ameyayoko ตอนกลางคืนย่าน Ueno แล้วกลับที่พักแถว Tokyo Skytree (คือวันนั้นอารมณ์เปลี่ยนใจหลายรอบ เลยออกจะมั่ว ๆ ทิศทาง ไม่แนะนำนะ ยกตัวอย่างการใช้คุ้มเฉย ๆ)

แม้ไม่ได้วางแผนไว้ทั้งวัน แต่ก็ตั้งเป้าหมายไว้แค่ 2 แห่งแรก เพราะสำหรับฉันบางทีก็ขึ้นอยู่กับว่าอารมณ์นั้นอยากไปที่ไหนซ้ำ หรืออยากไปเที่ยวที่ใหม่ ๆ ไหม แต่ก็ถือว่าคุ้มแล้วค่ะ เพราะยังไงถ้าจ่ายเป็นรอบ ๆ ก็แพงกว่า Pass แบบนี้แน่ ๆ เที่ยวทั้งวัน+ไปหลายที่ประหยัดมาก

หน้าตาของบัตร Tokyo Subway Ticket มาให้ดูค่ะ ยังไม่เคยซื้อเหมือนกัน เพราะพึ่งทราบข่าวนะคะ

japan-tokyo

ตัวอย่างอีกอันหนึ่งสำหรับการดูว่าเราจะนั่งฝั่งไหนนั้น ดูที่ตัวเลขของสถานีที่เราจะไปนั้นง่ายสุด ๆ แล้วค่ะ เพราะทุกทีฉันจะใช้วิธีดูปลายทางว่าไปสถานีไหน หรือสถานีถัดไปเป็นสถานีอะไรตามผังรถไฟ แต่แบบนี้ ทำให้เข้าใจง่ายกว่า และตัดสินใจง่ายว่าจะยืนรออยู่ฝั่งไหนดี ดูตัวเลขเอาค่ะ สำหรับฉันรถไฟใต้ดินเดินทางง่ายมากแล้วค่ะ ตอนนี้หลังจากที่ขึ้นผิดขึ้นถูก หลงบ้างอะไรบ้าง มาหลายรอบ 555

japan-tokyo

วันนี้ก็อย่างที่บอกว่าอยากจะไปถ่ายรูปสะพานแว่นตา หรือมีชื่อเรียกว่า Nijubashi Bridge สถานีที่เดินใกล้สุด มี 2 สถานีค่ะ คือ

japan-tokyo

สถานี Sakuradamon (Y17) ออก Exit 3 หรือสถานี Nijubashimae (C10) ออก Exit 2 เดินออกมารู้สึกสดชื่นมากค่ะ ต้นไม้เขียว สนามหญ้าเขียว งดงามและบรรยากาศดีจริง ๆ ภาพนี้ถ่ายตอนเดินเล่นรอบ ๆ นะคะ

japan-tokyo

บริเวณนี้ต้องข้ามถนนมาอีกหน่อยนะคะ แต่โดยรอบก็จะเห็นสนามหญ้าเขียว ๆ ไปทั่ว กว้าง ๆ แผ่กระจายพื้นที่โดยรอบบริเวณของพระราชวังค่ะ

japan-tokyo

เดินไปตามป้ายก็จะเห็นรถทัวร์จอดกันที่ลานจอดรถเยอะ แสดงว่ามาถูกทางแล้ว นักท่องเที่ยวชาวจีนเยอะมากค่ะ มากันหลายคันรถ ส่วนฉันก็รีบจ้ำอ้าวไปเพราะเกรงว่าแสงที่ทำให้มีเงากระทบน้ำ สร้างกรอบแว่นตาด้านล่างสะพานหายไป จึงได้ภาพมาบ้าง ไม่ค่อยเต็มที่เท่าไร แต่ก็ถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง

ก่อนถึงสะพานถ่ายรูปถนนหนทางแถวนั้นมาให้ดูค่ะ พื้นที่กว้างมาก เห็นชาวญี่ปุ่นมาเดินเล่น ออกกำลังกายด้วย แต่ตอนหลังมาเห็นว่าเป็นกลุ่มพวกมาแข่งมาราธอนกันก็ตอนเดินออกไปทางประตูที่ติดกับสถานี Sakuradamon นั่นแหละค่ะ

japan-tokyo

เดินไปใกล้สะพานแล้ว

japan-tokyo

ในที่สุดก็ได้ถ่ายภาพนี้กับเขาบ้าง ขอขยายใหญ่อวดหน่อย ฮ่า ๆ เห่อมาก

japan-tokyo

ใกล้เข้าไปอีกนิด แต่ก็ได้แค่นี้ค่ะ ถ้าถ่ายรูปเก่งกว่านี้สักหน่อยก็คงจะดีสินะ

japan-tokyo

ภาพบริเวณรอบ ๆ บ้าง

japan-tokyo

ถ่ายเงาต้นไม้ตกลงในน้ำบ้าง…

japan-tokyo

ฉันอิ่มเอมกับการเที่ยวในวันนี้พอสมควร ถึงแม้จะเป็นวันที่แสงแดดไม่ค่อยมีสักเท่าไร แต่ก็แจ่มใสเบิกบาน ร่มรื่น และพร้อมที่จะไปตะลุยใช้รถไฟให้คุ้ม และอยากจะบอกว่าแม้จะเดินแวะถ่ายรูปตรงนั้นตรงนี้เป็นนานสองนาน ไม่ได้รีบถ่ายรีบเดินทางไปยังแต่ละจุด ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะไปทั้ง Tsukiji Market, Ryogoku, Shinjuku, Ueno ได้อีก

นี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งวันที่ฉันบอกได้เลยว่าการใช้ One Day Pass นั้น หากเราเริ่มใช้แต่เช้า (ยิ่งวันที่ไปตลาดปลาก่อนตอนตีห้ายิ่งคุ้มมาก) เพียงต้องนอนหลับให้เต็มที่ในวันที่จะใช้บัตร จะได้คุ้มมาก ๆ และรู้สึกฟิน+ภูมิใจที่เราไม่ได้เสียเงินมากมายกับค่าไม่รู้หรือรู้งี้...แน่นอน

ตรงนี้เป็นประตูทางออกที่จะไปสู่สถานี Sakuradamon ที่บอกไว้ค่ะ ตรงนี้แหละที่เห็นเขามาแข่งเดินมาราธอนกัน ทุกคนดูฟิตกันมาก ส่วนฉันเองก็ฮึดอยากเดินกับเขา แต่ก็หิวแล้วจะไปกินซูชิที่ตลาดปลา ก็เลยไปแวะถ่ายรูปทางออกของสถานีที่ว่านี้สักหน่อย

japan-tokyo

จากประตูใหญ่นั้นเดินผ่านเข้าไปก็จะมาเจอประตูเล็กนี้อีกที เป็นทางออกสู่ถนน และใกล้ ๆ กับประตูนี้แหละค่ะที่เป็น Exit 3 ที่บอกไว้

japan-tokyo

ภาพนี้ถ่ายจากแผนที่แถว ๆ นั้น

japan-tokyo

เดินออกประตูมาได้เงาต้นไม้ใหญ่ตกลงน้ำอีกภาพกับ Exit ที่ว่า

japan-tokyo

japan-tokyo

บางครั้งถ้าเรารู้สึกเหนื่อยและอยากออมแรงไว้เดิน ก็สามารถใช้ลิฟต์ขึ้นข้างบนได้ หลังจากออกจากรถไฟก็มองหาได้เลย เท่าที่ฉันสังเกตมีทุกสถานีเลยค่ะ สะดวกมาก สำหรับคนเดินทางที่มีกระเป๋าหนัก ๆ ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได สบาย ๆ ได้เลยค่ะ

japan-tokyo

ใครจะเดินตามรอยไปเที่ยว Edo Museum ก็ไปที่สถานี Ryokoku ออก Exit A3 นะคะ ไปได้ทั้งพิพิธภัณฑ์และสนามแข่งซูโม่

japan-tokyo

ฉันไป Edo Museum มาเมื่อปีที่แล้ว เคยทำรีวิวเอาไว้ ขออนุญาตแปะให้ตรงนี้ค่ะ http://pantip.com/topic/31222575

แต่รอบนี้เป็นช่วงที่เขามีการจัดแข่งซูโม่กันพอดี ฉันเลยได้ไปยืนชื่นชมนักกีฬาของชาติญี่ปุ่นกับเขาด้วย

ออกจากลิฟต์มาก็เดินมาทางขวาเลยค่ะ ตามทางนี้ไปสนามกีฬาซูโม่

japan-tokyo

japan-tokyo

ไปถึงที่นั่นบ่ายสองนิด ๆ คือ เพิ่งทราบว่าการแข่งกีฬาซูโม่นั้น เป็นอะไรที่ชาวญี่ปุ่นตื่นตัวและตั้งหน้าตั้งตารอคอยกันมาก ตั๋วเต็มทุกวัน ต้องไปยืนรอเผื่อฟลุค พอดีฉันไม่ได้อะไรมากกับกีฬาด้านการต่อสู้ จึงไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร แค่อยากถ่ายรูปแล้วเอามาเล่าให้ฟัง

japan-tokyo

japan-tokyo

ประตูทางเข้าค่ะ คือหมดสิทธิ์เข้าไปค่ะ เพราะไม่มีตั๋ว ก็ต้องยืนสังเกตการณ์อยู่แถว ๆ ริมถนนด้านหน้า ซึ่งมิใช่แค่ฉัน คนญี่ปุ่นอีกเป็นร้อย ๆ คนก็ต้องมายืนออกันอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน ฝรั่งด้วย คงอาจมีการขายตั๋วที่ตกค้างหรือมีคนเอามาขายต่อกันบ้าง

japan-tokyo

japan-tokyo

เดินเลยประตูทางเข้าที่เขาเก็บตั๋วไปนิดหน่อย ก็เจอฝูงชนที่ยืนเป็นแถวรออะไรกัน เรดาร์ฉันเริ่มทำงาน มีอะไรให้ดูกันเหรอจ้ะ ขอดูด้วยคน ฮ่า ๆๆๆ

japan-tokyo

มองเข้าไปอีกประตูหนึ่ง คือเป็นประตูที่ซูโม่จะต้องเดินเข้าไปทางนี้เพื่อไปสนามแข่ง ขณะนั้นเวลาใกล้บ่าย 3 แล้ว คงจะทยอยกันมา

japan-tokyo

เจอแล้วหนึ่งคน...เดินมาทีหนึ่งก็มีเสียงปรบมือต้อนรับกันทีหนึ่ง เหมือนดาราเลยค่ะ แต่คนนี้คงยังไม่ได้ระดับพี่ใหญ่

japan-tokyo

ยืนอยู่แถวนั้นพักใหญ่ก็เห็นมาเรื่อย ๆ ทั้งเสียงปรบมือและโห่ร้องแบบมีมารยาทเป็นพัก ๆ คนไหนที่ดังหน่อยจะได้ยินเสียงต้อนรับเยอะหน่อย

japan-tokyo

japan-tokyo

และคนนี้ได้ยินเสียงปรบมือดังมาก เหมือนเป็นขวัญใจเขา และเท่าที่ฉันสังเกตจะมีคนแต่งตัวซูโม่ตัวเล็กกว่าเดินตามหลัง 1-2 คน ถืออะไรมาด้วย เหมือนเป็นผู้ช่วยหรือพี่เลี้ยงอะไรแบบนี้เลย (ใช่หรือเปล่า)

japan-tokyo

japan-tokyo

japan-tokyo

สมควรแก่เวลา เดินทางต่อไปชินจูกุ เดินเล่นเพลิน ๆ ไปหาอะไรกิน เจอกับดัก Burger King เพราะดันติดใจ วันก่อนไปกินเมนูพิเศษที่ Asakusa เป็น Avocado Hamburger มันอร่อยใช้ได้เลยค่ะ เลยต้องจัดไปอีกครั้ง เปลี่ยนเมนูจากซูชิกับราเมนซะบ้าง

japan-tokyo

จัดไปหนึ่งชุด French Fries อร่อยมากอ่ะ ไปกินมา 2 สาขา อร่อยทั้ง 2 ที่ ไม่มีทอดทิ้งไว้เลย เสิร์ฟแบบทอดใหม่ ๆ ตลอด เพราะต้องถือหมายเลขโต๊ะไปรอด้วย เขายกมาเสิร์ฟ

japan-tokyo

หอมกลิ่นควันไฟ ผักกรอบ ซอสอร่อย ได้รับรสของความสดใหม่

japan-tokyo

ชอบสำนวนการโฆษณาของ Burger King

japan-tokyo

เสียดายไม่ได้ชิมเซตนี้ แปลกดี มีขายแค่เดือนเดียว วันที่เห็นเป็นวันที่เขาเริ่มขายเป็นวันที่สอง แต่ซัดชุดอโวคาโดไปซะแล้ว

japan-tokyo

คงไม่ต้องรีวิวการเดินทางไป Ueno เพราะมีรีวิวกันเยอะอยู่แล้วค่ะ

เดี๋ยวจะพาไปเที่ยว Disney Sea ค่ะ นั่งรถบัสจาก Tokyo Skytree เลย สะดวกสบายมากมาย การเดินทางในโตเกียวของฉันรอบนี้ได้ประสบการณ์อีกเยอะค่ะ เดี๋ยวค่อยมาเล่าต่อ ทั้งนั่งเรือไป Odaiba นั่งรถบัสไป Ueno และเดินเล่นจาก Tokyo Skytree ไปที่ Asakusa ระหว่างทางเจออะไรใหม่ ๆ ร้านขายของชำ ราคาถูกกว่า Convenient Store และอื่น ๆ ติดตามชมนะคะ

japan-tokyo

ไปเที่ยวต่อกันค่ะ Tokyo Disney Sea
http://pantip.com/topic/32634007


แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ



คุณกำลังดู: One Day Pass กับการเที่ยวตามผังรถไฟใต้ดินในโตเกียว

หมวดหมู่: เที่ยวต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด