สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013

สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013
สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

บนโลกกลม ๆ ใบนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติมากมาย ซึ่งมันมีเสน่ห์ในตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งอะไรเลย และเพียงแค่มองภาพของสถานที่บางแห่งก็ทำให้เราอยากเข้าไปสัมผัส จนแม้แต่คนติดบ้านทั้งหลายยังอยากเก็บกระเป๋าไปพักผ่อนที่นั่นเลยเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ดี ด้วยมลภาวะต่าง ๆ นานาและภูมิอากาศที่แปรปรวน ทำให้ความงามของสถานที่บางแห่งไม่อาจคงอยู่ได้นานเท่าที่ควรจนน่าใจหาย ซึ่งวันนี้กระปุกท่องเที่ยวได้รวบรวม 7 สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดในปี 2013 นี้มาฝากกันแล้ว โดยมีทั้งสถานที่ซึ่งอาจจะหายไปในไม่ช้า และสถานที่ซึ่งจะยังคงอยู่ไปได้อีกเนิ่นนานปะปนกันไป แต่รับรองได้ว่าแต่ละที่งดงามคุ้มค่ากับการไปเยือนแน่นอน...ว่าแล้วก็ลองไปดูกันเลยค่ะ

1. Amazon Rainforest, สหรัฐอเมริกา

ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นป่าชายเลนที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยพื้นที่ราว 5.1 แสนตารางเมตร และน่าจะเป็นสถานที่โปรดของคนรักธรรมชาติทั้งหลายด้วย เพราะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมายและมีความอุดมสมบูรณ์อย่างที่สุด โดยช่วงที่เหมาะที่สุดในการแวะมาเยี่ยมเยียน คือ ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม ถึงแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวไปบ้างแต่คุณสามารถทำกิจกรรมอย่างการตกปลาและปีนเขาได้ อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ป่าชายเลนอเมซอนก็เป็นอีกที่น่าเป็นห่วงด้วยเหมือนกัน เพราะการตัดถนน ลักลอบเอาของป่าไปขาย และมลพิษอีกมากมาย ทำให้บ้านของสัตว์ป่าพวกนี้ถูกทำลายจนค่อย ๆ เสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


2. Aurora Borealis


แสงเหนืออันสวยงามราวกับเทพนิยาย ที่เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคและอะตอมนับล้านมารวมตัวกันนี้ เป็นแสงที่ทำให้คนโชคดีซึ่งอาศัยอยู่ทางประเทศแถบเหนือละติจูดได้เห็นความงามที่ประเทศอื่นเป็นต้องอิจฉา โดยคุณสามารถเช่าอิกลูที่มีหลังคาเป็นแผ่นกระจกใส นอนชมแสงออโรร่าอันงดงามนี้ได้ หรือจะเป็นที่อื่น ๆ เช่นทางเหนือของแคนาดาและอลาสก้าก็ได้ รับรองเลยว่ามันจะเป็นบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกที่คุณไม่มีวันลืมเลยล่ะ

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


3. ทะเล Dead Sea, ประเทศอิสราเอล

แม้ว่าจะมีชื่อน่ากลัวไปสักหน่อย แต่ทะเลมรณะแห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใคร ๆ คิด ในทางตรงข้ามมันกลับเป็นทะเลที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร จนนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศแห่แหนมาไม่ขาดสายทุกปี และเป็นที่นิยมมาตั้งแต่สมัยก่อน จนกล่าวกันว่าแม้แต่พระนางคลีโอพัตราผู้งดงามก็เคยเดินทางมาที่นี่ด้วยเหมือนกัน ซึ่งสิ่งที่ทำให้ทะเลเดดซีหรือทะเลมรณะนี้แตกต่าง ก็คือ เกลือปริมาณมหาศาลซึ่งทำให้คนลอยอยู่เหนือน้ำแทนที่จะว่ายไปเรื่อย ๆ เหมือนทะเลอื่นนี่แหละ ทั้งนี้ ตำนานทะเลมรณะนี้อาจอยู่ต่อไปได้อีกไม่นาน เนื่องด้วยการขุดเหมืองพลอยและสาเหตุอื่น ๆ ทางธรรมชาติ ทำให้ทะเลค่อย ๆ เหือดหายไปทุกที ดังนั้น ควรรีบไปสักครั้งก่อนจะไม่มีโอกาสดีกว่านะ

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


4. Glacier National Park, ประเทศแคนาดา

ณ รัฐมอนทานา ประเทศแคนาดา คือที่ตั้งของ Glacier National Park ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1910 โดยมีภูเขาเป็นจุดท่องเที่ยวอันโดดเด่น นอกจากนี้ ยังมีดอกไม้นานาพันธุ์รวมทั้งสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่มากมายอีกด้วย และแน่นอนว่าสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ต้องเป็นธารน้ำแข็งอยู่แล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมาตั้งแคมป์ปีนเขาตกปลากันที่นี่ และเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว แต่น่าเศร้าตรงที่ว่าปัจจุบันธารน้ำแข็งละลายจนเหลือน้อยลงไปทุกที จากจำนวน 150 ในปี 1850 ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 26 เท่านั้น จึงมีการคาดการณ์ว่าหากยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปไม่พ้นปี 2020 คงไม่เหลือธารน้ำแข็งไว้ให้ชื่นชมกันอีกต่อไปแน่นอน

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


5. Grand Canyon, สหรัฐอเมริกา

ความสวยของ แกรนด์ แคนยอน ในรัฐอริโซนา สหรัฐอเมริกา จะไม่ทำให้คุณผิดหวังกับชื่อเสียงของมันเลย เพราะที่นี่สวยสมคำร่ำลือจริง ๆ ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เดินทางมาที่นี่ราว 5 ล้านคน เพื่อมาพักผ่อนและล่องเรือผจญภัยในหุบเขา ทั้งนี้ การผจญภัยสามารถทำได้โดยล่องเรือยางที่แม่น้ำโคโลราโด้ โดยช่วยกันพายเรือลัดเลาะไปตามเส้นทางต่าง ๆ ท่ามกลางน้ำไหลเชี่ยวอันน่าตื่นเต้น ส่วนในยามค่ำคืนก็ตั้งแคมป์ไฟนอนชมดวงดาวอันสวยงามบนท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


6. Great Barrier Reef, ประเทศออสเตรเลีย

น่าเศร้าที่ต้องบอกว่า แนวปะการังที่สวยงามในรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ถูกคาดการณ์ไว้ว่าจะคงอยู่ต่อไปได้อีกประมาณ 15-20 ปีเท่านั้น โดยแนวปะการังขนาดมหึมาซึ่งดูเผิน ๆ เหมือนกับป่าใต้น้ำนี้ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลนานาชนิด จากความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ทางทะเล ซึ่งคุณสามารถดำน้ำไปชื่นชมโลกใต้น้ำแสนสวยนี้ได้อย่างใกล้ชิด หรือถ้าใครไม่อยากตัวเปียกอาจเลือกชมผ่านเรือท้องกระจกและเรือดำน้ำที่มีให้บริการอยู่เป็นจำนวนมากได้เช่นกัน

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


7. น้ำตก Niagara, ประเทศแคนาดา


เพียงแค่เห็นภาพน้ำตกอันงดงาม ประกอบกับเสียงน้ำกระทบบนโขดหิน ก็ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่โรแมนติกในฝันของคู่รักแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่มันจะกลายเป็นสถานที่ฮันนีมูนสุดฮิต โดยที่นี่มีบริการให้เข้าไปชมถ้ำภายในม่านน้ำตกอันงดงามผ่านลิฟต์ได้ แถมยังมีโปรแกรมล่องเรือชมน้ำตกและจิบไวน์เพิ่มความสวีทหวานได้อีกด้วย น่าควงแขนคนรักไปเที่ยวด้วยกันสุด ๆ เลยจริงไหมล่ะ

สถานท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013


เป็นไงบ้างคะ ปี 2013 นี้คุณมีโปรแกรมไปเที่ยวที่ไหนบ้างหรือยัง ถ้ายังไม่มีล่ะก็ลองเลือกเอาสถานที่ซึ่งกระปุกท่องเที่ยวแนะนำวันนี้ไปวางแผนเที่ยวช่วงวันหยุดยาวของคุณดู จะได้ชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามก่อนที่มันจะสูญหายไป และได้มีความทรงจำดี ๆ ร่วมกับคนสำคัญของคุณด้วยยังไงล่ะ



แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ





คุณกำลังดู: สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ 7 แห่ง ที่ไม่ควรพลาดในปี 2013

หมวดหมู่: เที่ยวต่างประเทศ

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด