สัตหีบ ณ นาทีชีวิตประจำวัน

สัตหีบ ย่านเก่าริมทะเลตะวันออก มียามเช้าเย็นเปลี่ยนฉากโทนสีไปไม่เคยซ้ำ ห้องแถวไม้เก่าปรับเปลี่ยนหน้าตาไปตามคืนวัน ซุกซ่อนอดีตอันผ่านพ้นไว้ด้านใน

สัตหีบ ณ นาทีชีวิตประจำวัน
สัตหีบ

สัตหีบ


สัตหีบ ณ นาทีชีวิตประจำวัน (อ.ส.ท.)

ฐากูร โกมารกุล ณ นคร...เรื่อง
สาธิต บัวเทศ, ปณต คูณสมบัติ...ภาพ

ชีวิตเรียบง่ายคล้ายทะเลยามเช้าอาจไม่มีอยู่จริง ผืนทะเลซีดเทาท่ามกลางฝนหลงฤดูคลี่ม่านห่มคลุม ท้องฟ้าม่วงคล้ำ ยามเช้าประดับประดาด้วยเรือหาปลาประเภท "ชายฝั่ง" เรียงรายราวภาพวาดของเด็ก ๆ โลกตรงหน้าบอกสอนหลายคน โดยเฉพาะผม ให้ได้รู้ว่าชีวิตไม่ได้มีเพียงแง่มุมละมุนละไมคล้ายความฝัน ทว่าฉาบโล้ไปด้วยสีสันแห่งสุขทุกข์ และความเปลี่ยนแปลง

บางวันรอยยิ้มหลังรอนแรมกลางความเวิ้งว้างไปได้ไม่กี่ไมล์ทะเล อาจปรากฏชัดตรงหัวสะพานที่เหยียดยื่นความเก่าคร่ำลงบนผืนน้ำปลาหลากชนิดเต็มแน่น และควันยาสูบโชยชัดผ่านสายลมอันผ่อนคลาย ขณะบางนาทีมีเพียงเสียงถอนหายใจ และลังพลาสติกว่างเปล่าที่หยิบยกขึ้นบนสะพานเดียวกัน แม้ฟ้ายามเย็นที่โอบล้อมจะงดงามเปี่ยมสีสันมากเพียงใด ชีวิตไม่เคยเรียบง่าย ทว่าก็ไม่ได้มีเพียงใบหน้าของความโหดร้าย

หลายวันที่ "สัตหีบ" ในย่านเก่าริมทะเลตะวันออก ยามเช้าเย็นเปลี่ยนฉากโทนสีไปไม่เคยซ้ำ ห้องแถวไม้เก่าปรับเปลี่ยนหน้าตาไปตามคืนวัน ซุกซ่อนอดีตอันผ่านพ้นไว้ด้านใน หรือซอกมุมเล็ก ๆ ริมทะเลผืนกว้างที่ชีวิตประมงชายฝั่งดำเนินมาอย่างไม่ขาดห้วงหายสูญ ระหว่างการหมุนเหวี่ยงของวันเวลา หน้าตาของจุดมุ่งหมายของแต่ละคนล้วนถูกตีความผ่านทะเลผืนเดิม หลากนิยามหลายคำจำกัดความ

สำหรับที่นี่ ยังมีใครอีกหลายคนนั่งลงท่ามกลางสุ้มเสียงแห่งการเปลี่ยนผ่าน และยินดีจะใฝ่ฟังเสียงหัวใจตนเอง

สัตหีบ

1. ถนนเลียบชายทะเลเหยียดยาวแนบขนานไปกับผืนทะเลสัตหีบ ห้องแถวไม้เล็ก ๆ บางชุดยังฉายชัดความงดงามอยู่ตรงส่วนฉลุประดับ ขณะดวงตาของผู้เฒ่าเฝ้ามองโลกปัจจุบันเคลื่อนหมุน ไม่ไกลจากวัดสัตหีบที่ไม่เคยขาดหายผู้คนจากความเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อ หลวงพ่ออี๋ เกจิอาจารย์สุปฏิปัณโณผู้มีวัตรปฏิบัติอันแสนสงบง่ายงาม ถนนที่ทอดลับไปริมทะเลดึงดูดให้หลายคนเลือกเดินไปรู้จัก โลกที่ไม่ต้องคึกคักเคลื่อนไหวตัวเองเหมือนทุกเมื่อเชื่อวัน

อาคารไม้สองชั้นรวมไปถึงตึกโบราณริมทะเล เดินทางผ่านเดือนปีอย่างอดทน มันรักษารูปทรงของกาลก่อนผสานเข้ากับสีสันของวันใหม่อย่างกลมกลืน ไม่ยิ่งใหญ่ฉูดฉาด แต่ก็เพียงพอจะทำให้ใครสักคนพร้อมจะเดินเลียบเลาะและจ้องมองมันในยามเช้า

ชุมชนประมงเก่าแก่ที่เติบโตเคียงข้างกับฐานทัพเรือสัตหีบ ผู้คนในตลาด ชาวประมง รวมไปถึงทหารเรือและเจ้าหน้าที่ราชการต่างผ่านพ้นวันเวลามาคูเคียงกันเนิ่นนานจนแยกกันไม่ออก บ้านไม้สีเหลืองตรงข้ามไปรษณีย์สัตหีบส่งกลิ่นหอมของขนมโบราณพร้อมวันเวลาเนิ่นนานของ ร้านแสงแก้ว เรานั่งลงตรงหน้า อรสา แสงแก้ว มองลึกเข้าไปถึงหลัง บ้านทึบทึมที่มีทะเลโอบอยู่ด้านหลัง

"แต่เดิมไม่ได้ขายนักท่องเที่ยวนะ ทองม้วนของป้านี่มีแต่คนแถวสัตหีบ บ้านอำเภอ บางเสร่ นี่ละที่เขามาเวียนซื้อหา" ทองม้วนบ้านแสงแก้วไม่เพียงขึ้นชื่อในเรื่องความเข้มข้น ถึงเครื่อง หอมผักชี พริกไทย แต่เรื่องอารมณ์ดีของป้าผู้เป็นเจ้าของสูตร คนสัตหีบมักจดจำแกได้ในเสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์

สัตหีบ

โยกย้ายตัวเองติดตามคู่ชีวิตมาจากอำเภอท่าใหม่ จันบุรี เกือบ 40 ปี ที่ป้าอรสาและร้านแสงแก้วลืมตามาเห็นย่านตลาดของสัตหีบเติบโตเปลี่ยนแปลง บางสิ่งหลงเหลือเพียงในความทรงจำ ทว่าหลายสิ่งก็คงทนมั่นยืน

รสชาติหวานหอมและวิธีทำทองม้วนแบบโบราณดึงดูดเราอยู่นาน นั่งเพลิน ๆ ดูลูกหลานของป้าอรสา เท ปาด ม้วน ขนมรสมีเอกลักษณ์อย่างคล่องแคล่ว ป้าเองนั่งมองนั่งพากย์อยู่ไม่ไกล รอยยิ้มปะปนบรรยากาศญาติมิตรอาบคลุมไปทั่วห้องแถวไม้เล็ก ๆ อย่างยากนักที่ใครสักคนจะฉีกแยกตัวเองออกมา

ถนนเลียบชายทะเลผ่านพาการก้าวเท้าไปอย่างที่มันควรจะเป็น ร้านรวงยังคงเงียบเหงา หลังพระสงฆ์สามสี่รูปเดินลัดลับกลับเข้าวัดสัตหีบไปไม่นาน ชีวิตประจำวันของคนที่นี่ก็ดำเนิน ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาย่าลี เริ่มมีคนมารอคิว เกี๊ยวปลาของที่นี่เพียบแน่นเต็มตู้กระจกใส พร้อมควันน้ำซุปในหม้อโชยหอม

ผ่านแยกหลักที่ตัดกับถนนเทศบาล 7 ห้องแถวที่ขายข้าวของ เสื้อผ้าตราสัญลักษณ์เกี่ยวกับทหารเรือเพิ่งเปิดประตูได้ไม่นาน น่าทึ่งที่ว่าจะมีร้านประเภท "เฉพาะทาง" เช่นนี้ในเมืองเล็ก ๆ หากไม่เพราะภาพอันเป็นตัวของตัวเองของสัตหีบ อันแสดงถึงการอยู่ร่วมระหว่างผู้คนและหน่วยงานราชการ คงไม่ใช่เรื่องอื่นไหน

สัตหีบ

จนถึงเรือนไม้เลขที่ 0082-0086 ที่กำลังอาบแดดอุ่น อายุราวร้อยกว่าปีของมันเล่าเรื่องราวของผู้คนข้างในที่อยู่กันมากว่า 3 รุ่น มองลึกไปด้านใน รูปถ่ายของใครสักคนเป็นมากกว่าการระลึกถึงบรรพบุรุษ ชื่อ "ขุนสัตหีบหรรษา (ล็อก) ก้องสมุทร" กำกับอยู่ใต้รูปถ่ายชายชราในชุดภูมิฐาน เหรียญตราสัญลักษณ์และตราพระราชทานบรรดาศักดิ์วาววามแม้เป็นภาพขาวดำ ยายน้อย อังคสุวัฒน์ ผู้เป็นหลานในวัย 93 ปี ยิ้มละไม คอยเงี่ยหูฟังยามใครสักคนถามไถ่ถึงคืนวันอันผ่านพ้น

"คุณตาท่านเล่าว่าแต่ก่อนสัตหีบเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ขาดแคลนน้ำจืด เป็นที่พักเรือที่ขึ้นล่องระยอง เมืองจันท์ เมืองชลบุรี" ยายน้อยพูดเบา ๆ หันหลังพิงโอ่งโบราณอายุร่วมไม่ต่ำกว่า 120 ปี ที่ตั้งเด่นอยู่หน้าบ้าน ความขาดแคลนน้ำจืดในอดีตของย่านริมทะเลสัตหีบ เนื่องจากอยู่ไกลแหล่งน้ำหลักอย่างหนองตะเคียน ที่ปัจจุบันคือสวนสาธารณะประจำท้องถิ่น ทำให้ที่นี่ได้รับการกล่าวขานว่า "แห้งแล้ง" สำหรับคนเรือที่แวะพักหาแหล่งน้ำจืด ด้วยความเป็นนักพัฒนาของขุนสัตหีบหรรษา โอ่งโบราณตรงหน้าบ้านจึงถูกสร้างขึ้นเพี่อรองรับน้ำฝนให้ผู้คนในย่านตลาดสัตหีบได้กินใช้น้ำฝน

"แถบบ้านริมทะเลมีอีกหลายใบนะ แต่ก็จมหาย แตกบ้างไปนานแล้ว คนบ้านเราก็สืบทอดความตั้งใจของท่านเรื่อยมา ใครอยากมาเอาน้ำไปกินใช้ที่ไม่ได้คิดเงินอะไร" พิริยะ อังคสุวัฒน์ ลูกชายของยายน้อยที่เป็นเหลนของขุนสัตหีบฯ ผลัดเล่าบ้าง วงสนทนายืดยาว ผู้คนขวักไขว่แม้จะเป็นมุมเล็ก ๆ ... "ตรงข้ามบ้านเราเป็นตระกูลก้องสมุทร ลูกหลานท่านขุนทั้งหมดละ" เขาว่าแต่ก่อนที่บ้านหลังนี้คึกคัก เป็นแหล่งรวมของคนประมง คนค้าขาย รวมไปถึงข้าราชการที่มาตรวจตราท้องที่

สัตหีบ

อารมณ์ละมุนละไมสัมผัสได้ยามเดินอยู่บนถนนเลียบชายทะเล คนที่นี่ไม่ได้รู้สึกแปลกแยกกับผู้มาเยือน พวกเขาดูมีความสุขยามเห็นใครสักคนยืนมองบ้านไม้เก่าอย่างลุ่มหลงสนใจ ไถ่ถามดูสินค้าประดามิแม้ไม่ได้ซื้อหา

ตลาดเข้าตรงลานกว้างก่อนถึงหาดดงตาลคึกคักก่อนที่เราจะมาถึง ท่าเทียบเรือใหญ่เคล้ากลิ่นทะเลและแรงงานลูกเรือไปก่อนหน้านี้ ปลาใหญ่เข้าตามวันน้ำขึ้นน้ำลงที่คนไม่อยู่กับทะเลไม่อาจเข้าใจ เสียงร้องบอกจังหวะยามยกปลาใหญ่ กลิ่นคาวเค็มผนวกกับเสียงร้องโหวกเหวกหยอกล้อ ไร้การสนใจอื่นใดนอกเหนือ เหมือนว่านอกจากทะเลและปลาอันเป็นผลผลิตของพวกเขา สิ่งอื่น ๆ ไม่ได้ดำรงอยู่ในการรับรู้

ในตลาดเช้าของสัตหีบ ฝั่งตรงข้ามคือปลายทางของการงานกลางทะเลอ้างว้าง หมึกกล้วย หมึกหอม ตัวโตอย่างไม่น่าเชื่อว่ามันมีที่มาจากท้องทะเลอ่าวไทยที่หลายคนเฝ้าเป็นห่วง เสียงพูดคุยถามไถ่ทุกข์สุขเคล้ากลิ่นทะเลในตลาด ระหว่างผู้อยู่และแม่ค้าผู้มาเยือนปนเปไปกับภาพการซื้อขายง่าย ๆ อย่างมีเสน่ห์ มันมีสีสันพอ ๆ กับแรงงานประมงที่นั่งผ่อนคลายตรงริมทะเลหลังผ่านพ้นคลื่นลมหลายวัน เรือประมงสีฉูดฉาดอิ่มแดดสายไม่น่าแปลกใจที่วิถีดั้งเดิมยังคงฉายชัดอยู่ในท้องทะเลสัตหีบ ตราบเท่าที่โลกบนฝังยังเฝ้ารอการกลับมาของพวกเขา

ยามสายของสัตหีบผ่านพาให้ทุกอย่างเงียบสงบ หยุดนั่ง ราวฟ้ารอสิ่งใดสักอย่าง ร้านรวงบ้านเรือนเหมือนกลับสู่ความเป็นตัวของตัวเองอีกหนึ่งชั่วยาม ชีวิตแบบราชการดึงดูดให้ลูกหลานผลักพาตัวเองไปตามอาชีพที่เลือกเดิน หรือไม่ก็คือหนทางกลางทะเลเยี่ยงบรรพบุรุษสำหรับคนที่รู้สึกว่าทะเลคือที่ทำกินมากกว่าบนฝั่ง

ห้องแถวไม้และท่าเรือกลับสู่ความเงียบสงบ ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่นั่งอยู่ตามหน้าบ้านก็เฝ้ามองมหรสพในจอโทรทัศน์เป็นเพื่อนคลายเหงา ทะเลหลังบ้านเคล้าสายลมเอื่อยยามใครสักคนนั่งมองที่ศาลาชราเหนือท่าน้ำ เป็นนาทีที่สัตหีบงีบหลับ เฝ้ารออีกห้วงเวลาที่จะฉายชัดอีกใบหน้าของย่านโบราณริมทะเลแห่งหนึ่งสู่การรับรู้

สัตหีบ

2. สะพานไม้ทอดยาวสู่ผืนทะเล ยามเย็นดึงดูดให้หลายคนมาอยู่ที่นั่น เรามาที่นี่กันทุกวัน นั่งมองฟ้าที่เปลี่ยนสีสันตามจังหวะของม่านฝนและดวงแดด เรือเล็กประเภทชายฝั่งนำพาความตื่นเต้นของเรา ทว่าคือความสามัญของพวกเขา มาพบปะกันที่ปลายสะพาน

"ที่สะพานกิจการห้องเย็นเดี๋ยวนี้ไม่คึกคักเหมือนก่อน" ประมงชราเล่าว่าที่นี่เคยเป็นที่ขึ้นปลาหลายขนาดที่ฐานทัพเรือสัตหีบเคยเป็นผู้ดูแล ห้องเย็นที่อยู่ตรงข้ามฟากถนนคือ "กลางทาง" ระหว่างทะเลและเมืองใหญ่ เรือบางลำติดเบ็ดพร้อมรอกขนาดใหญ่ไว้ท้ายเรือ อย่างที่เพื่อนรุ่นพี่ที่มาอยู่ที่นี่ชอบเรียกมันอย่างสนุก ๆ ว่าเรือทรอลลิง ทว่าภาพจริงแท้คือ ชายชราผิวแดงแดดยืนปลดปลาสาก ปลาอินทรี ยามลอยเรือเวิ้งว้างแรมรอน

แนวหญ้าทะเลเผยสีสันเขียวตุ่นยามน้ำลง กระดานโต้คลื่นที่เห็นล่องลอยเหนือผืนน้ำยามเย็นหาใช่เรื่องหย่อนใจ หากคือชีวิตชายฝั่งที่หยัดยืนอยู่กับผืนทะเล พวกเขาล่องกระดานออกมาเก็บหอยกันจนมืดค่ำ เห็นเป็นเงาตะคุ่มไปจนสิ้นแสง ไม่ต่างจากบนสะพานที่มีภาพการสิ้นสุดของคืนวันรอยต่อของทะเลและฝังแผ่นดิน มีสีสันของวันเวลาอยู่ที่ภาพชีวิตของพวกเขา เพี่อนของเราพรึงเพริดกับปลาโม่งตัวโตที่ใครสักคนโยนมันลงบนกระดานไม้

ภาพเช่นนี้ที่สัตหีบปรากฏตัวตนของมันในทุกยามเย็น ลูกเรือแกหัดถูกพร่ำสอนจากประมงชราเรื่องการดูแลเรือหลังกลับจากทะเล กรอกน้ำเค็มเพี่อไปยืดอายุปลาที่ได้ หรือแม้แต่เก็บข้าวของให้เป็นระบบระเบียบ

สัตหีบ

"เดี๋ยวนี้เรือใหม่ ๆ หันไปรับงานทัวร์ตกปลากันเยอะ เขาว่ามันสบายกว่า" เฒ่าทะเลที่ยอมบอกชื่อเฉพาะคอลซาย-ชื่อเรียกขานกันในวิทยุสื่อสาร เล่าในเย็นเดียวกัน เรือที่ไร้โครงเบ็ดหรือลังปลานั้น บอกได้ว่าทิศทางใหม่ที่เขาเลือกแล่นออกไปในทะเลนั้นคืออาชีพประเภทไหน

ต่อหน้าทะเลผืนเดิม มีเฉดสีของท้องฟ้าและผืนน้ำที่เปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันสักวัน ผู้คนของที่นี่ก็เช่นกันไม่ว่าพวกเขาจะเลือกหันหน้าลงทะเลด้วยจุดหมายใด ไม่มีการหมิ่นหยามดูแคลน มีแต่คำเป็นห่วงเป็นใยระหว่างชีวิตที่จะอยู่กับทะเลในรูปแบบใด เหมือนผู้เฒ่าบอกสอนและเป็นห่วงลูกหลาน

ภายใต้รูปแบบชีวิตที่คนนอกไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ดูเหมือนการจบสิ้นของคืนวันที่ริมทะเลจะมากไปด้วยภาพที่พวกเขา หวงแหน เสียงหัวเราะ ถ้อยคำหยอกล้อโปกฮาหรือขันขื่น แม้กระทั่งความเงียบเชียบเดียวดายยามท้องเรือว่างเปล่า ปราดจากของขวัญจากท้องทะเล เป็นนาทีที่ทุกอย่างเคล้าผสมจนเกิดภาพอันจริงแท้สำหรับผู้คนที่ลืมตาขึ้นมาข้าง ๆ เกลียวคลื่นและแผ่นผืนดินที่มีสายลมและระดับน้ำขึ้นลงเป็นสิ่งบอกคืนวัน

สัตหีบ

3. ถนนเทศบาลหลายสายตีกรอบและขีดแบ่งเมืองสัตหีบ โดยเฉพาะย่านตลาด ให้มีเรื่องราวและภาพเฉพาะตัว นาทีของผู้ชายและงานทะเลผ่านพ้น ยามบ่ายไล่ไปถึงค่ำคืน เสน่ห์ของเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ชัดเจนเมื่อใครสักคนผ่านพาตัวเองเข้ามาสู่ย่านตลาดของสัตหีบ ปลา หอย หมึก นอกจากจะเดินทางไกลไปสู่เมืองอื่น ยังตกทอดอยู่ในของกินเจ้าอร่อยที่ไม่เคยจางคลายผู้คน

สัตหีบ

แจงลอนเจ้าอร่อยตรงตรอกทางเข้าด้านข้างวัดสัตหีบส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ท่าทางระวิงของพี่สาวคนขายพลิกหยิบแจงลอนทีละ 4 ไม้ ตามซอกนิ้ว คือภาพที่คนที่นี่ชินตา "อร่อยจริงอยู่ที่ปลา ปลาบ้านเรานี่ละ" เธอพูดไม่มองหน้า ไฟถ่านที่ร้อนในเตานั้นกำลังคุแรง พี่ร้านทองม้วนมะพร้าวอ่อน ใกล้ ๆ กันอมยิ้มกับเพื่อนของเธอ ซึ่งทั้งสองต่างก็ง่วนอยู่หน้าเตาไม่แพ้กัน จากแผงแจงลอน ข้ามเดินเข้าสู่ถนนเทศบาล 4 ศาลเจ้าเทียนดกสงบนิ่งอยู่ทางขวา ประตูไม้บานสวยแง้มให้เห็นทวยเทพและควันธูป ผู้คนเชื้อสายจีนในสัตหีบเคารพศรัทธาศาลเจ้าแห่งนี้พอ ๆ กับผืนทะเลหน้าเมือง

ความคึกคักมีสีสันปกคลุมตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านพ้นเข้าสู่ย่าน ตลาดซาลาเปาไชยโย หัวมุมถนนเทศบาล 4 ตัดกับเทศบาล 5 หอมนุ่ม เด็ก ๆ รุมล้อมเนืองแน่น พอ ๆ กับลูกชิ้นดอนเมือง ที่จุใจผู้คนด้วยผักสดนานาชนิดแกล้มเคียงให้เลือกกันไม่หวาดไหว ตึกแถวรูปทรงโบราณที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยโครงสร้างดิบ ๆ ช่องหน้าต่างด้านบนเป็นสี่เหลี่ยมกรอบใหญ่ ทึมหม่นเก็บงำอดีตของย่านสัตหีบไว้ไม่มีตกหล่น ร้านชำหลายเจ้ามักต้องมีแห อวน และอุปกรณ์ทำงานประมงแทรกแซมไว้ขายปนกับสินค้าอื่น ๆ แต่ละเจ้ามีลูกค้าประจำกันเฉพาะของตน สะท้อนความผูกพันในการซื้อขายกันมายาวนาน

ยิ่งค่ำมืด ถนนเทศบาล 5 ยิ่งมากมายผู้คน หน้าร้านโค้วไช้หลี คือ ผัดไทยหอยทอดเจ๊หนูอันโด่งดัง ลูกค้ามารอคิวตั้งแต่ยังตั้งร้านไม่เสร็จ หอยแมลงภู่ตัวอวบอ้วน หรือผัดไทยที่ปรุงน้ำผัดเฉพาะสูตร ทำเอาคนต่างถิ่นอย่างเราต้องแวะเวียนมาทุกเย็น

"แต่ก่อนยุคอาป๊าฉัน ที่นี่รับซื้อเศษเหล็ก อะลูมิเนียม จากทหารอเมริกัน ส่งขายกรุงเทพฯ โน่น" เจ๊หนูว่าช่วงที่กองทัพอเมริกาเลือกพื้นที่แถบอู่ตะเภา สัตหีบ เป็นที่ขึ้นอาวุธยุทโธปกรณ์ สัตหีบคึกคักกว่านี้มาก เงินสะพัดเฟื่องฟูจากการค้าขายกับทหารต่างชาติ และความรุ่งเรืองก็ฉายชัดรากฐานอยู่ในเรื่องเล่าที่คนยุคเราทำได้เพียงนั่งฟัง

สัตหีบ

เลี้ยวขวาจากร้านเจ๊หนู เข้าสู่ถนนเทศบาล 8 หรือถนนควินนิน ฝั่งตรงข้ามคือก๋วยเตี๋ยวคั่วเจ๊ไก่เจ้าอร่อย รวมไปถึงข้าวต้มปลาอินทรีและโจ๊กหมู เจ๊ไก่มากมายด้วยอารมณ์ขัน หยอกล้อลูกค้าจนเป็นเสน่ห์ไม่แพ้ความอร่อยหอมของก๋วยเตี๋ยวคั่วที่คั่วกันทีละชามด้วยไฟแรงร้อน ย่านตลาดกลายเป็นปลายทางของทั้งทรัพยากรทางทะเลและผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับมันแทบทุกอณู ปลา กุ้ง หมึก ก่อนที่มันจะเดินทางออกจากแผ่นดินสัตหีบ คนที่นี่ย่อมมีสิทธิ์ได้สัมผัสมันก่อนใคร

"ของบ้านเราเอง ถูกแพงหรือมีขนาดเล็กใหญ่ เรารู้กันทันทีว่าทะเลมันเปลี่ยนไปมากไหม" เจ๊หนูเปรยในค่ำวันหนึ่ง ไม่เฉพาะผู้ชายที่เห็นทะเลเป็นสิ่งชุบชูชีวิต แต่ทุกคนในสัตหีบล้วนสัมผัสมันได้ไม่แตกต่าง

ค่ำคืนของย่านโต้รุ่งบรรจุผู้คนและการกินอยู่ของสัตหีบไว้อย่างมีชีวิตชีวา ใครสักคนอาจรู้ว่านาทีของที่นี่ไม่ได้มีแต่แผ่นผืนของทะเล หากแต่บรรจุเต็มอยู่ด้วยนาฬิกาชีวิตเรือนเดียวกัน ทั้งเฒ่าทะเลผู้แรมรอน หญิงชราในเรือนไม้คร่ำคร่า หรือแม่ค้าสักคนที่หยัดยืนชีวิตต่อรุ่นมาด้วยอาหารเคยมือ มากไปกว่านั้น ท่วงทำนองวิ่งเต้นในหัวใจของพวกเขาอาจดำเนินอยู่ในห้วงจังหวะเดียวกัน

ระหว่างการหมุนเหวี่ยงของวันเวลา หน้าตาหมุดหมายของแต่ละคนล้วนถูกตีความผ่านทะเลผืนเดิม หลากนิยาม หลายคำจำกัดความ สำหรับมุมหนึ่งในสัตหีบ ชีวิตเรียบง่ายคล้ายทะเลยามเช้าอาจไม่มีอยู่จริง หากแต่ฉายชัดอยู่ด้วยคืนวันอันจริงแท้ไร้บทสรุป เอาใจคนโรแมนติก ทว่ามีทิศทางและจุดจบอันคลี่คลายอย่างเป็นตัวของตัวเอง แม้ว่าคลื่นลมในทะเลหน้าบ้านจะพัดผันผลักพาพวกเขาให้ก้าวย่างไปในทิศทางใด

สัตหีบ

ขอขอบคุณ

คุณยอด เนตรสรรรณ คุณพัตสา ตรีรัตน์ และทุก ๆ คนที่น่านสัตหีบชายทะเล สำหรับมิตรภาพและความห่วงใยตลอดการจัดทำสารคดี

คุณอรสา แสงแก้ว คุณน้อย และคุณพรยะ อังคสุวัฒน์

คู่มือนักเดินทาง

ย่านเก่าของอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี คือเมืองริมทะเลเล็ก ๆ ที่มากมายด้วยเรื่องราวเก่าแก่และความงดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิต สามารกใช้ท่องเที่ยวได้ใกล้ ๆ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของกินอร่อยมากมาย ที่พักสะดวกสบาย และมีภาพประทับใจให้เลือกเดินเที่ยวชมตามแต่ความต้องการ

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) มุ่งหน้าสู่ชลบุรี ก่อนถึงเมืองชลบุรี แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 8 (มอเตอร์เวย์) มุ่งหน้าพัทยา-ระยอง เมื่อถึงแยกเขาไม้แก้ว เข้ามาร่วมกับทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) ตรงเข้าผ่านเมืองพัทยา บางเสร่ บ้านอำเภอ แล้วแยกขวาเข้าเมืองสัตหีบ

สัตหีบ

อิ่มอร่อย

ในย่านเก่าสัตหีบมีของกินไห้เลือกลิ้มลองทั้งวัน ตั้งแต่เข้าแถบถนนเทศบาล 4 มีต้มเลือดหมูเจ้าอร่อย และข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ตรงหัวมุมถนนเทศบาล 4 ตัดถนนเทศบาล 8

สาย ๆ เดินไปกินขนมทองม้วนร้านแสงแก้ว ตรงข้ามไปรษณีย์สัตหีบ บ่าย ๆ ย้อนกลับมาลองแจงลอนและทองม้วนมะพร้าวอ่อนตรงถนนเทศบาล 7 (ตรอกทางเข้าด้านข้างวัดสัตหีบ)

มื้อเที่ยงฝากท้องร้านทิวตาล ริมทะเลสัตหีบ เย็น ๆ เดินเล่นโต้รุ่ง กินหอยทอดผัดไทยเจ๊หนู (โค้วไช้หลี) เยื้อง ๆ กันคือข้าวต้มกุ๊ยเจ้าอร่อย เดินต่อไปถึงหัวมุมตรงที่ตัดกับถนนเทศบาล 8 คือ ก๋วยเตี๋ยวคั่ว ข้าวต้มปลา และโจ๊กหมู ร้านเจ๊ไก่ ลูกค้าเนืองแน่น รับประกันความอร่อย

หลับละไม

ริมทะเลสัตหีบมีบ้านพักสไตล์บูติกโฮเต็ลน่ารักอย่างบ้าน สัตหีบชายทะเล เปิดให้บริการด้วยการตกแต่งและวิวหลังบ้านอันงดงาม ทั้งยามเช้าและยามเย็น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม บ้านสัตหีบชายทะเล โทรศัพท์ 0 3843 9304 และ 08 7829 7807 หรือเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก BaanSattahipbythesea



แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

ปีที่ 53 ฉบับที่ 8 มีนาคม 2556



คุณกำลังดู: สัตหีบ ณ นาทีชีวิตประจำวัน

หมวดหมู่: เที่ยวไทย

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด