ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดไปสักครั้ง มาชมภาพความประทับใจท่ามกลางธรรมชาติ ขุนเขา และสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง และภูลังกา กันเลยดีกว่า

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา
ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณชานมชงเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก chanomworld

หลังเหน็ดเหนื่อยมาจากวิถีชีวิตของแต่ละคน "ธรรมชาติ" มักสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนได้ดีเสมอ ดังนั้น การตามหาสิ่งที่ทำให้ใจมีพลังได้ขับเคลื่อนไปต่อ อย่างเช่นการออกไปสัมผัสในสถานที่ท่องเที่ยวที่ชอบ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้หลายคนหากมีเวลามักออกเดินทางสู่โลกกว้าง เฉกเช่นเดียวกับบันทึกการเดินทางของ คุณชานมชงเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้ออกไปเก็บเกี่ยวความงดงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะ "ขุนเขา" และ "สายหมอก" ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง และภูลังกา มาให้เราได้ชื่นชม เผื่อสามารถกระตุ้นให้ใครสักคน ออกเดินทางไปตามหาแรงบันดาลใจตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เหมือนกัน



ชีวิตที่ผ่านมาของเราหรือของใคร ๆ ก็ตาม มันจะต้องมีสักเรื่องที่เราได้มองย้อนกลับไป แล้วทำให้มองเห็นเรื่องราวอะไรบางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกนั้นล่ะมั้งจุดเริ่มต้นของวันนี้ บางครั้งมันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เคยเกิดขึ้น เหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่เรายังคงมีชีวิตอยู่ พร้อมกับลมหายใจที่ยังคงทำงาน จนรู้สึกมันไม่ได้อะไรแต่เชื่อไหม ? อีกไม่นานเราจะรู้สึกอีกแบบเลย เพราะมันจะยิ่งใหญ่ชนิดที่ว่าไม่มีทางลืมมัน และด้วยเหตุผลแบบนั้นผมเลยรู้สึกว่ามันสำคัญไม่ต่างกับคำว่า....จุดเริ่มต้นที่เล็ก ๆ ในตอนนี้...ทริปลุยเดียวคนเดียวครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ความกลัว คือ จุดเริ่มต้นของการเดินทางในครั้งนี้ มีหลายสิ่งที่เราทำมันหายไป ขณะเดียวกันมันก็ทำให้ได้เจออะไรมากมาย ความกลัวในการเดินทางมีเยอะมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกเหงา ไม่มีคนคุยด้วย ต้องนอนโรงแรมคนเดียว จะเจอผีไหม ? รถเสียจะทำอย่างไร จะมีคนคอยช่วยเราไหม ? เจอนักเลง เจอผู้ร้าย เจอโจรเราจะทำอย่างไร ? เพราะด้วยความกลัวแบบนี้ทำให้ที่ผ่านมา 3 ปี ผมไม่เคยไปเที่ยวลุยเขาขึ้นดอยคนเดียว มีเพื่อน ๆ หรือคนที่รู้สึกดีไปด้วยทุกครั้งให้รู้สึกอุ่นใจ สบายใจและรู้สึกปลอดภัย แต่เพราะความเพี้ยนของผมที่อยากทดสอบมัน ผมก็เลยลองลุยไปขึ้นดอยคนเดียวดูสักครั้ง

ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ฝนกำลังเยอะเลย ที่ภูทับเบิกกับการนอนค้างคืน 1 คืนบนนั้น มันก็ให้ความรู้สึกในแบบที่เราคาดเดาได้เลย และนั้นมันคงเป็นทริปสุดท้ายที่ผมจะไปคนเดียว แต่ถ้ามันมีสถานการณ์มากมายที่รวมกลุ่มกันไม่ได้ มีสถานที่ที่เราอยากไปแต่คนอื่นบอกว่าไว้ก่อน สุดท้ายมันก็หายไปกับความรู้สึกบางอย่าง !!! ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวังหรือความกลัว แต่สุดท้ายผมก็รู้สึกไม่อยากจะพลาดอะไรทั้งนั้น ถ้ามันจะเป็นทริปพิเศษ...ผมคงต้องลุยเอง และการทำตามใจตัวเองมันก็เป็นทางออกที่ดี โดยที่ผมไม่ต้องทำอะไรหายไปเหมือนกับทุกที ทำให้ผมอยากจะลุยเดี่ยวเป็นครั้งที่ 2 อีกครั้ง

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

งวดนี้ผมไม่ลังเลเหมือนครั้งที่แล้วมากนัก ความกลัวหายไปเยอะ หลังจากที่ได้ไปคนเดียวในครั้งนั้น ผมปิดร้านตอน 2 ทุ่ม มุ่งหน้าขึ้นสระบุรี และตรงดิ่งถึงวิเชียรบุรีในตอน 5 ทุ่ม ผมเลือกโรงแรมข้างทางที่ใหม่ ๆ ดูปลอดภัย อย่างน้อยก็คงไม่มีประวัติอะไรน่ากลัว !!! คืนนั้นผมนอนหลับสบาย ไม่ฝันไม่กลัวอะไร สวดมนต์ก่อนนอน ขอทางเจ้าที่เจ้าทางผีบ้าน และขอพรให้เจอทะเลหมอกทำเหมือนเดิมที่เคยทำทุกครั้ง

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมนอนไม่กี่ชั่วโมง ตื่นมาอีกทีตอนตี 4 แล้วเดินทางมาถึงจุดชมวิวที่นี่ในเช้าแรก ที่วัดกองเนียม-เขาค้อ ปากทางวัดอยู่เยื้องตรงกันข้ามกับทางขึ้นอนุสรณ์ผู้เสียสละเขาค้อ ผมเริ่มต้นเช้านี้ได้ดีที่นี่กับจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเช้าวันนี้...สวัสดีตอนเช้า ณ เขาค้อ กับอีกหนึ่งเช้า เช้าที่ความกลัวกำลังหายไป

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมใช้เวลาที่วัดกองเนียมราว ๆ 40 นาที สนุกกับการเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของสายหมอก และรอดูการกลับมาอีกครั้งของตะวันสีแดงสดใส เช้านี้ผมไม่ได้รู้สึกเพลียหรือง่วงอะไรเลย ทั้งที่เมื่อคืนผมได้นอนแค่ 4 ชั่วโมง แล้วก็รีบตื่นนอน และขับรถออกมาตอนตี 4 ครึ่ง ขับรถมาเรื่อย ๆ แล้วผมก็มาถึงวัดกองเนียม ยังไม่หกโมงเช้าเลย ซึ่งยังมืดอยู่มาก ๆ แต่ผมเห็นทะเลหมอกว่ามีแน่ ๆ ผมเลยขับรถต่อ เลยไปดูจุดชมวิวทะเลหมอกที่เขาค้อก่อน โดยสองจุดห่างกันประมาณ 5-6 กิโลเมตร

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

พอผมไปเห็นว่าวันนี้เขาค้อมีทะเลหมอกแน่ ๆ ผมก็ขับรถย้อนกลับมาที่วัดกองเนียนอีกครั้ง เพราะตรงวัดกองเนียมเป็นจุดเห็นตะวันขึ้น ส่วนตรงเขาค้อมองเห็นทะเลหมอกอย่างเดียว รู้สึกเข้าแผนมาก ๆ เพราะเป็น2 จุดที่ผมอยากเห็น มีทะเลหมอกทั้ง 2 ที่ รู้สึกตื่นเต้นมากกับเช้านี้ ผมวางแผนไว้ว่าถ้าเขาค้อไม่มีทะเลหมอก ผมจะใช้เวลาที่วัดกองเนียมไปจนกว่าหมอกหมดไป แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเขาค้อมีทะเลหมอก ดังนั้น ผมต้องคำนวณเวลาที่วัดกองเนียม แค่ชมทะเลหมอกจนถึงพระอาทิตย์ขึ้นสักพัก แล้วต้องรีบไปดูทะเลหมอกที่เขาค้อต่อ !!! แต่เชื่อไหม ? ผมเองจดเบอร์โทรของรีสอร์ทแถวนั้น ประมาณ 4-5 ที่ เผื่อไว้ว่าถ้าไม่มีเวลาพอขับรถไปดู ผมก็แค่โทรศัพท์ไปเช็กตอนที่ยืนดูวิวที่วัดกองเนียม แม้ระยะทางจะ 5-6 กิโลเมตร แต่ถ้าลมพัดมาทีเดียว หมอกก็กระจัดกระจายจนมองไม่เห็นอะไร

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี มันเป็นคำพูดที่บอกว่าไม่ได้ไปทุกวัน ไม่ได้ไปทุกเดือน ไม่ได้ไปทุกปี หรือบางทีอาจจะไม่ได้ไปอีกเลยก็ได้ !!!!! นี่ล่ะมั้งเหตุผลที่ผมต้องวางแผนให้ทุกอย่างดีที่สุด ในแบบที่ผมสามารถควบคุมและจัดการได้ ต่อให้วันนี้เป็นวันที่ไม่ดี ไม่ได้อยู่ในแบบที่คาดหวังไว้ ผมจะไม่รู้สึกเสียใจ เพราะนั่นคือแผนที่สมบูรณ์ที่สุดแล้ว และผมก็เชื่อว่ามันจะต้องดีที่สุดสำหรับทุก ๆ องศา แม้จะเป็นองศาเดิม ๆ ที่เห็นแล้วเห็นอีกก็ตาม แต่ถ้ามันยังเป็นองศาที่ยังคงทำให้ผมมีความสุข และยังคงสร้างความทรงจำที่ดีแบบนี้ องศานั้นก็ยังมีคุณค่าสำหรับผมเสมอ

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมใช้เวลาดูการเปลี่ยนแปลงของทะเลหมอกที่วัดกองเนียมจนอิ่ม แล้วผมก็ขับรถมาที่จุดชมวิวทะเลหมอกรอบเขาค้อ ที่อยู่ตรงด้านหลังของไปรษณีย์เขาค้อนั้นเอง วันนี้มีคนเยอะพอสมควร แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาของผม

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เป็นอีกวันที่ทะเลหมอกเขาค้อยังคงสร้างความตื่นตาให้กับคนที่ได้เห็นเสมอ

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมอยู่ที่จุดชมวิวกลางเขาค้อนานมาก และตอนนี้อยากดูมุมสูงที่สุดของที่นี่ ผมเลยขับรถไปยังจุดสูงสุดของเขาค้อ นั่นก็คือ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ จุดนี้จะสามารถชมเมืองเขาค้อในมุมสูงได้ดีมาก ๆ วันนี้คนน้อยมาก ๆ แทบจะนับจำนวนคนได้เลย ที่ผ่านมาผมเคยสงสัยอยู่ตลอดว่ามุมนี้จะมองเห็นทะเลหมอกสวยกว่าด้านล่างไหม ? มันจะสวยได้แค่ไหน มันจะเป็นมุมยังไงกัน ? ตอนนี้ผมได้คำตอบแล้ว

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ถ้าจะดูทะเลหมอกเขาค้อ มองตรงจุดชมวิวกลาง จะสวยกว่ามองด้านบนมากกว่า แต่ตรงนี้จะต้องเห็นมุมบน มุมสูงมากกว่า และทะเลหมอกที่มองเห็นก็อยู่ไกล ทำให้ภาพนี้จำเป็นต้องซูมกล้องออกไป ถ้าไม่มีเวลาพอให้ดูทะเลหมอกด้านล่างดีกว่า แต่ถ้ามีเวลาขึ้นมาเถอะครับ ไม่เสียค่าเข้าชม

ที่นี่มองเห็นจุดชมวิวเขาค้อรอบตัวเลย !!!! ภูเขาด้านบนนี้สวยมาก ดูยิ่งใหญ่ และด้านบนนี้ก็มองตะวันยามเช้าได้สวยมาก

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เวลาอยู่บนที่สูง ๆ มันก็รู้สึกแบบหนึ่งที่ผมเคยจำได้ เหมือนกับชีวิตเราที่บางทีออกแบบอะไรไม่ได้นัก แต่ต้องมีสักอย่างที่เราชอบและอยากทำ อาจจะทำอะไรได้ไม่เยอะเท่าไหร่ และดูเหมือนว่าไม่เต็มที่ในแบบที่อยากทำ แต่มันก็ยังดีที่เรายังมีโอกาสได้ทำ เหมือนกับนกบนฟ้าที่เรามองเห็น มันคงไม่ได้บินตลอด 24 ชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่มันมีปีกไว้บิน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ตอนนี้ได้เวลาบอกลาจังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว แผนการเดินทางในครั้งนี้ถูกคิดไว้ก่อนหน้านี้ ผมไม่ได้คิดจะมานอนที่เขาค้อเลย และไม่ได้คิดจะไปนอนที่ภูทับเบิกด้วย แต่แผนสำหรับเช้าวันแห่งทะเลหมอกมันคุ้มจริง ๆ ที่ผมกำหนดเส้นทางแม้จะอ้อมไปถึง 130 กิโลเมตร แต่มันก็เป็นแผนให้เช้าแรกผมได้เห็นสิ่งที่ผมรัก ผมมุ่งหน้าเดินทางต่อจากเขาค้อผ่านแคมป์สน เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปจังหวัดพิษณุโลก ด้วยระยะทางราว ๆ 100 กิโลเมตร กว่าจะถึงที่นั้น ตอนนี้ในใจผมรู้สึกมีคำถามอะไรบางอย่าง กลับบ้านดีไหม...พอเถอะ !!! อีกเสียงนอนเขาค้อก็ได้ ก็ถือว่ามาพัก !!! อีกเสียงในใจก็บอกว่าไปต่อเถอะ ในช่วงเวลานั้นจะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ที่การตัดสินใจทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่ตัวของเรา

แล้วผมก็นึกถึงเหตุผลของเวลาขึ้นมาทันที คำถามที่อยู่ในหัวผม มันถามกับตัวผมว่า ถ้าตอนนี้ผมวนรถกลับบ้าน แล้วอีกวันตื่นขึ้นมาผมจะนึกไหมว่าถ้าเมื่อวานไปก็อยู่นั้นแล้ว หรือถ้าผมจะวนกลับเขาค้อ แล้วอีกวันตื่นขึ้นมาก็เห็นทะเลหมอกแบบเดิม ๆ หรือไม่เจออะไรเลย ผมจะรู้สึกแบบว่ารู้ดีขับรถไปต่อดีกว่า...คำถามที่วนเข้ามาจนผมรู้สึกได้เลยว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะวนกลับบ้าน และก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะวนกลับไปนอนเขาค้อ มีเหตุผลเดียวที่อยู่ในใจของผมตอนนี้ นั่นคือ เดินหน้าต่อ...

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

จากเขาค้อผมมุ่งหน้าเข้าสู่พิษณุโลก จากพิษณุโลกเข้าอุตรดิตถ์ ขึ้นแพร่ แต่มีเรื่องที่ต้องทำให้เสียเวลาไปเยอะเลย ตอนที่เลี่ยงเมืองพิษณุโลกขึ้นอุตรดิตถ์ ผมดันลืมเลี้ยว แต่ดันตรงไปเข้าพิษณุโลกทำให้ต้องขับรถเล่นฟรีราว ๆ 25 กิโลเมตร เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์จนลืมมองป้าย แต่ผมก็ยังทำเวลาได้ดี เป็นวันที่ไม่มีอะไร ที่ต้องทำให้รู้สึกต้องรีบ วันนี้เวลาเป็นของผม และผมจะเป็นตัวกำหนดมันเองใน 3 วันนี้ ผมยังคงขับรถไปเรื่อย ๆ มีเพื่อนเป็นเพลง ที่ทำให้บรรยากาศเก่า ๆ หวนคืนกลับมาเสมอ

ผมยังจดจำเส้นทางเส้นนี้ได้เป็นอย่างดี ผมขับรถบนถนนสายนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว เป็นเส้นทางที่ผมขึ้นไปเที่ยวเชียงราย 2 รอบ และเส้นทางขุนเขาแห่งน่าน 3 รอบ แต่ครั้งนี้มันแตกต่างจาก 5 ครั้งที่เคยผ่านมา เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางมาเพียงลำพัง ผมไม่มีแผนที่ ไม่มีระบบ GPRS แต่ผมมั่นใจว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่คุ้นเคย ไม่ต่างกับเส้นทางของเขาค้อหรือภูทับเบิก มันยังคงมีกลิ่นไอของความทรงจำมากมายที่ผมยังจดจำมันได้เป็นอย่างดี และไม่ว่ามันจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ด้วยเหตุผลที่ผมยังคงรับรู้และสัมผัสได้ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจ และมุ่งมั่นบนเส้นทางสายนี้ที่ไกลแสนไกล หลายชั่วโมง หลายร้อยกิโลเมตร มันอาจจะเป็นความทรงจำที่หอมหวนชวนฝัน ที่รอผมอยู่บนปลายทางสำคัญในเช้าวันพรุ่งนี้ เช้าที่จะทำให้ทุกอย่างหวนคืนกลับมา เหมือนกับเช้าวันนั้น

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

และถ้าจุดเริ่มต้นของทริปนี้ คือ การลุยเดี่ยว ปลายทางของการลุยเดียว คือ ที่นี่เอง มันอาจดูงง ๆ สับสนที่ผมกลับมาที่นี่อีกครั้ง ทั้งที่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมเพิ่งมาที่นี่ รวมแล้วก็มาพักที่นี่ถึง 3 ครั้งในรอบ 1 ปีครึ่ง คงเป็นเพราะความรู้สึกผูกพันยังคงอยู่ที่นี่ เหมือนกับใครบางคนที่เรายังคงนึกถึงและรู้สึกดีต่อกัน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ที่นี่ คือ ภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์บ้านออย @ เชียงราย บ้านพักในอุดมคติของผม ที่ซึ่งมองเห็นวิวที่ยิ่งใหญ่ มีระเบียงบ้านส่วนตัวที่จะได้มองเห็นทะเลหมอก มองเห็นได้แม้กระทั้งนอนอยู่บนเตียงนอน มันเป็นภูชี้ฟ้าเมื่อเดือนสิงหาคมปลายปีที่แล้ว

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ที่ได้เห็นแบบนั้น เหมือนปีนั้นในเดือนสิงหาคม 2555 ผมมาที่นี่ครั้งแรก แล้วผมก็หลงรักมัน กับทะเลหมอกที่ลอยอยู่หน้าบ้าน ผมหลงรักที่นี่ หลงรักความใจดี & สุภาพของเจ้าของบ้านพักที่นี่ แต่ที่สุดแล้ว คือ บรรยากาศรอบตัวของภูเขาและสายหมอกที่มันบอกว่านี่ยังไงตัวตนของผม

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ตัวตนที่เล่าถึงอะไรบางอย่าง กับมุมมองที่ไม่ได้บอกองศาของภาพ มุมมองที่ไม่ได้ตอบองศาของแสง หนึ่งภาพที่องศา & แสงไม่ได้ผ่านเข้ามา อีกหนึ่งมุมมองที่บอกว่าเราไม่เคยลืมกัน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

จากเดือนสิงหาคมของปีก่อน ผ่านเวลามาถึงเดือนกรกฎาคม 2556 ผมกลับมาที่นี่อีกครั้ง

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่ 2 คืน แต่บรรยากาศไม่เป็นใจ ทั้งที่บ้านพักและบรรยากาศบนดอยภูชี้ฟ้า

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เป็นวันที่หมอกฟุ้ง ฝนตกปรอย ๆ มองไม่เห็นอะไร มันเป็นวันที่ไม่ดีเลยกับการพกความคาดหวังมาสูง แล้วมันก็ทำให้ผมรู้สึกค้างคาใจอย่างบอกไม่ถูก

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ทริปนั้นเป็นวันที่อากาศไม่เป็นใจเลย เป็นวันที่ฟ้าทะมึน ฝนทำท่าจะตกแต่ไม่ตก และนั้นคือสิ่งที่มันหายไปจากทริปนั้น

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

รวมทั้งที่ดอยผาตั้ง อากาศก็คล้าย ๆ กัน แต่ที่นี่ทำให้ผมได้ตื่นเต้น เพราะผมสามารถลุยไปถึงจุดชมวิว 103 ซึ่งเมื่อปีก่อนผมไม่สามารถลุยดงหญ้ามาถึงที่นี่ได้

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

พอตอนเย็นผมก็กลับขึ้นไปภูชี้ฟ้าอีกรอบ นึก ๆ แล้วยังรู้สึกดีไม่หายเลย เพราะถ้าเย็นนั้นผมไม่ได้ขึ้นไป วันถัดมาคงเป็นเรื่องที่แย่แน่ เพราะเช้าวันถัดมาฝนตกมองไม่เห็นอะไร

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

มันเป็นความรู้สึกรวม ๆ ของอะไรหลาย ๆ อย่างที่บอกว่าภูชี้ฟ้าหน้าฝนปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนเลย และผมก็รู้สึกค้าง ๆ คา ๆ รู้สึกเสียดายที่วางแผนผิด มาไวไป หรือมาช้าไปก็ไม่รู้

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เพราะเช้าวันถัดมาทะเลหมอกเหมือนมารอที่หน้าบ้าน แต่จู่ ๆ ฝนก็ตกลงมาทันที

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

และผมก็ต้องปิดประตูกลับบ้าน โดยเก็บความรู้สึกค้าง ๆ คา ๆ กลับบ้าน ในแบบที่ไม่อยากได้มันกลับมาเลย

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

แต่เมื่อผมเก็บความค้าง ๆ คา ๆ ได้ไม่นาน ผมก็วางแผนกลับมาที่นี่อีกครั้งในเดือนตุลาคม แม้จะต้องลุยเดียวขับรถมาคนเดียวก็ตาม และผมล็อกโฟกัสไว้ว่ายังไงก็จะมาที่นี่ เชียงราย

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

และก็ต้องพักที่ภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์บ้านออยเท่านั้น รู้ว่ามันไกล ไกลชนิดที่ว่าไกลมาก แต่เชื่อเถอะไม่มีอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ แม้ช่วงก่อนเดินทางผมก็ลังเล ลังเลแล้วลังเลอีก ว่าหยุดเถอะ !!!! พับการเดินทางนี้เก็บไว้ มันอาจจะหนักไปสำหรับการขับรถไปคนเดียว ผมไม่เคยกลัวหรือเหนื่อยกับการขับรถทางไกล แต่เพราะด้วยมันไกล มันเลยต้องคิดหนักหน่อย

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ยังจำได้เลยเมื่อคืนผมปิดร้านตอน 2 ทุ่ม นั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปเอารถยนต์ที่ฝากไว้ แล้วมีฝนปรอย ๆ จนผมรู้สึกเหมือนมันบอกว่าอย่าไป มันมีลางสังหรณ์มากมายที่บอกว่าหยุดเถอะ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรที่หยุดผมได้ นอกจากตัวผม ผมไม่บอกใครสักคนเพราะไม่อยากให้แผนล่ม มันให้ความรู้สึกที่ยากมาก ๆ ที่เราจะทำให้มันสำเร็จ ในขณะเดียวกันมันง่ายมากที่จะทำให้มันล้มเหลว แม้จะเป็นแค่การเดินทางไปที่ไหนสักที่ก็ตาม แต่สุดท้ายผมดีใจ ดีใจมากที่ผมทำมันได้ อย่างน้อยมันก็อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจำได้ และอย่างน้อยมันก็ยิ่งใหญ่สำหรับผม สำหรับการตัดสินใจในวันนั้น ที่ทำให้ความผูกพันมีชีวิตอีกครั้ง อาจจะเป็นตัวผมกับภูเขารอบตัว หรือทะเลหมอกที่กำลังมา กับวันอาทิตย์ ตอนบ่าย 3 โมงเย็น ในดินแดนของขุนเขา เวลาแห่งความผูกพันของที่นี่ ภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์บ้านออย-เชียงราย-ประเทศไทย

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เมื่อคืนผมนอนหลับสบาย อากาศหนาวกำลังดี และตั้งใจว่าถ้าเช้านี้มีทะเลหมอกที่หน้าบ้านพัก ผมก็จะรอดูจนกว่าตะวันมา แล้วค่อยขึ้นภูชี้ฟ้า แต่สุดท้ายเช้านั้นผมก็ออกจากที่พักตอนตีห้าครึ่ง มั่นใจว่าบนภูชี้ฟ้าต้องมีทะเลหมอกอย่างแน่นอน วันนี้อากาศนิ่ง ๆ เย็น ๆ ไม่มีลม ต้องมีทะเลหมอกแน่ ๆ พอไปถึงจุดเดินขึ้น ผมรู้สึกฟ้าเริ่มเรืองแสงแล้ว รู้สึกมาสายไปหน่อย !!! ผมรีบวิ่งขึ้น รู้สึกเหนื่อย หอบ คอแห้ง หายใจไม่ทัน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมใช้เวลาไม่นานก็ขึ้นมาถึงจุดชมวิวบนภูชี้ฟ้า กับบรรยากาศของทะเลหมอกหน้าหนาวของปีนี้ มีคนขึ้นภูชี้ฟ้าวันนี้เยอะเลย น่าจะประมาณ 30 คน ดูไม่เยอะเท่าไหร่ แต่สำหรับผมมันเยอะมาก แม้จะไปคนเดียวแต่ก็ได้เพื่อนใหม่ 2-3 คน ทุกคนมาดูสิ่งเดียวกันหมด นั่นคือ มาดูทะเลหมอก ทะเลหมอก 3 เดือนที่แล้ว ที่ผมเฝ้าตามหาและได้มาเจอมันในเช้าวันนี้

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ๆ ที่ได้เห็นสิ่งที่ผมรัก และรู้สึกดีเหมือนกับทุกครั้งที่เคยผ่านมา ผมทำแบบที่เคยทำเสมอเวลาเห็นทะเลหมอก นั่นก็คือ เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของมัน จนผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้แดดเริ่มแรงแค่ไหน ?

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

มันเป็นรางวัลของผู้เข้าแข่งขัน มันคือรางวัลของการตัดสินใจ มันคือรางวัลของความมุ่งมั่น และศรัทธาในบางสิ่ง อาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันก็ยิ่งใหญ่ในมุมมองของผม และตอนนี้เหมือนเกมของภูชี้ฟ้ากำลังจบลง มันเป็นบทสรุปที่สวยงามของสถานที่ที่สวยที่สุดในปี 2012 จนมาถึงปีนี้ 2013 และถ้ามันกำลังจะจบลง มันจะต้องจบลงด้วยความสวยงามและน่าจดจำ

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

แต่ผมยังเชื่อเสมอว่ามันจะต้องมีภาคต่อไป ภาคต่อที่ทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น ภูชี้ฟ้า @ เชียงราย ดินแห่งของขุนเขา เวลาแห่งความผูกพัน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

แม้เช้านี้เกมที่ผมเล่นจะโอเว่อร์ไปแล้ว และผู้ชนะคือทุกคนที่อยู่บนดอยในเช้าวันนั้น แต่ตอนนี้ผมลงจากดอย ลงมาตรงที่พักและเตรียมตัวรับประทานอาหารเช้า ผมยังจำได้เลยว่าเมื่อวานตอนเย็นผมบอกกับเจ้าของที่พักภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์ว่า ถ้าเช้านี้ผมยังไม่ได้เห็นทะเลหมอกบนภูชี้ฟ้า ผมจะพักต่อที่นี่อีกหนึ่งคืน เพื่อรอดูในวันถัดไป แต่สุดท้ายมันก็มาทันใจในแบบที่ผมคาดหวัง

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

เวลาที่มองเห็นภูเขา มันก็สวยโดยธรรมชาติ และเมื่อไหร่ก็ตามที่มันมีทะเลหมอกด้วยมันจะสวยแบบชนิดที่ว่าละสายตาไม่ลงเลย ผมรู้สึกมัน คือ ของขวัญที่พิเศษมาก ๆ สำหรับนักเดินทางทุก ๆ คน ที่ได้เห็นมัน การได้เห็นสิ่งนี้ มันเหมือนจะบอกว่าเรา คือ คนที่พิเศษ เหมือนกับตัวมันที่เป็น สิ่งที่พิเศษเหมือนกัน และมันก็รอเราอยู่ทุกที่ที่มีภูเขาตั้งอยู่ รอวันเวลาที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้มาพบกัน บางทีอาจจะไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แต่บางทีก็ต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อที่จะได้เห็นมัน แต่สักพักเมื่อสายลมเริ่มพัดมา ไอแดดเริ่มทำงาน และสายหมอกก็กำลังถูกพัดให้จางหายไป พร้อม ๆ กับความรู้สึกแบบใหม่ที่กำลังเข้ามาแทนที่ ^^

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

และบอกซ้ำ ๆ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยทำอะไร ครั้งหนึ่งเราเคยยืนอยู่ที่ไหนบนโลกใบนี้ และตอนนั้นเรารู้สึกอย่างไรต่างหาก และไม่ว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่เชื่อเถอะ !! เราจะสามารถจดจำมันได้เป็นอย่างดีด้วยสัญชาติญาณและความทรงจำของเรา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ภูชี้ฟ้าสำหรับเช้าวันนี้จบอย่างสมบูรณ์ มันจบลงแบบที่ทำให้ทุกคนได้สมหวัง ภูชี้ฟ้า คือ เรื่องราวของความผูกพันอะไรมากมาย ระหว่างผมกับขุนเขาและสายหมอกที่สวยที่สุด พี่ออย (เจ้าของบ้านพักภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์บ้านออย) ก็น่าจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ความทรงจำของผม เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ และน่าจดจำไปอีกนาน แล้วผมก็ขับรถกลับออกมาจากที่นี่ด้วยรอยยิ้ม มิตรภาพของผมกับที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นภูชี้ฟ้า หรือภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์บ้านออย @ เชียงราย ที่เหมือนเป็นเพื่อนสนิท เป็นครอบครัวเดียวกัน ที่เราก็ต่างอยู่บนเส้นทางแห่งขุนเขา และทำให้เรื่องราวของสายหมอกมีคุณค่ามากขึ้น

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

จากนั้นผมขับรถลงมาจากภูชี้ฟ้ามุ่งหน้าลงพะเยา และขับรถลงมาเรื่อย ๆ บนเส้นทางที่คดเคี้ยว เพื่อมายังที่พักคืนที่ 2 ที่แวดล้อมไปด้วยขุนเขาและถนนที่โค้งไปโค้งมา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมมุ่งหน้าจากภูชี้ฟ้าลงมาที่พะเยา แวะทานอาหารข้าวที่อำเภอเชียงคำ แล้วขับรถมาอีกชั่วโมงหน่อย ๆ ก็มาถึงภูลังกา บ้านพักคืนที่สองของผมในคืนนี้ ^^

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ยังจำได้เลย 2 ปี ที่แล้วในเดือนพฤศจิกายน 2554 ผมมากับเพื่อน มาเพื่อตามหาทะเลหมอก แต่สุดท้ายก็แห้ว แล้วก็ไปนอนที่แม่ตะมานต่อ ก็ไม่เจอทะเลหมอก แล้วก็ไปนอนที่ห้วยน้ำดัง ก็แป้กอีก...เป็นทริปที่ลงตัวแบบไร้ทะเลหมอก มันเลยทำให้ 3 ที่นี้ยังทำให้ผมรู้สึกไปไม่ถึงสักที และอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมยังคงหวั่นใจทุกที เมื่อได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง !!!!

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

คืนนั้นผมไม่สบายไข้ขึ้นสูง สูงมาก เพราะท้องเสีย จากอะไรไม่รู้ จำได้ว่าเข้าห้องน้ำประมาณ 7-8 รอบ จริง ๆ ก็เริ่มท้องเสียตั้งแต่ออกจากภูชี้ฟ้า ไม่รู้ไปกินอะไรมา แถมไม่ได้กินข้าวมื้อเย็นที่ภูลังกาอีก เพราะกินอะไรไม่ลงได้แต่กินน้ำเปล่ากับปลาเส้นทาโร่ แล้วก็กินยาที่ติดกระเป๋าเดินทางตลอด พยายามที่จะนอนแต่นอนไม่หลับ เพราะรู้สึกไข้ขึ้นสูงอยู่ตลอดเวลาและไม่มีแรง จากประสบการณ์การท่องเที่ยว ผมไม่เคยท้องเสียเลย แต่โชคดีที่เตรียมยากลุ่มหวัดและท้องเสียไปด้วยเสมอ ผมก็เลยได้ทานมัน คิดว่าเป็นท้องเสียชนิดมีการติดเชื้อ เพราะมันทำให้ไข้ขึ้นสูง มาตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวานแล้ว รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าพรุ่งนี้คงกลับบ้านได้ โทรศัพท์หาเพื่อน...มีแต่คนบอกว่าให้นอนอีกคืน แล้วค่อยกลับ คืนนั้นไข้ขึ้นตลอด เป็นที่พักคืนสุดท้ายที่ผมต้องนอน เปิดไฟเพราะบรรยากาศน่ากลัวที่ต้องนอนคนเดียว แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ผมลุกขึ้นมาปิดตอนเที่ยงคืน ผีก็ผีวะ ไม่ไหวแล้ว ไหนจะไข้ขึ้น ท้องเสีย

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมหลับ ๆ ตื่น ๆ ทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพราะไข้ขึ้นทำให้นอนไม่ค่อยหลับ แต่ผมคิดว่าคงไม่มีอะไร ยาที่กินเข้าไปคงเอาอยู่ ทุก ๆ ครั้งที่ตื่นผมลุกขึ้นมาดูระเบียงบ้านเสมอ ไม่ว่าตอนเที่ยงคืน ตี 2 ตี 4 ตี 5 ก็ยังคงเห็นแสงไฟที่อยู่ด้านล่างของหมู่บ้านเปิดอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่าไม่มีหมอกก่อตัวเลย ผมเริ่มทำใจตั้งแต่ตอนเที่ยงคืนแต่ก็ยังหวังปาฏิหาริย์ในตอนเช้า

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

มันเป็นอะไรที่ฝังใจผมมากทั้งภูลังกา ดอยแม่ตะมาน ห้วยน้ำดัง ที่ผมไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ไม่เห็นทะเลหมอก ปีนี้ผมกลับมาที่ภูลังกาเพียงลำพัง เพื่อแก้มือ แต่สุดท้ายมันคงบอกให้ผมกลับไปเริ่มต้นใหม่ ทำแบบเดิมอีกครั้ง !!!! เช้านี้ผมตื่นมาด้วยความรู้สึกว่าไข้ลด ทุกอย่างปกติ หายจากไข้ และอาการท้องเสีย ตามที่คาดการณ์ไว้คงเพราะยา Norfloxacin 400 mg นั่นเอง แต่ยังรู้สึกเพลีย ๆ แต่คิดว่าเอาอยู่ ไหวอยู่

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ผมทานข้าวต้ม อาหารมื้อแรกของวัน และห่างจากมื้อก่อนเกือบ 20 ชั่วโมง ดีที่ผมยังประคองตัวเองจนกลับมาดีขึ้นแค่ข้ามคืน และพร้อมเตรียมตัวเดินทางกลับบ้าน หนทางยังอีกยาวไกล ราว ๆ 800 กิโลเมตร ต่อจากนี้ที่ยังคงทำให้ความฝันของผมที่จะได้เห็น ทะเลหมอกที่นี่ยังคงอยู่ และไม่หายไปจากการเดินทางในครั้งนี้ แม้มันจะรู้สึกเสียใจในวันปิดท้ายทริปกับทะเลหมอกในที่แห่งนี้ ที่ราวกลับว่าไกลเกินที่ผมจะเอื้อมถึง แต่เชื่อเถอะสักวัน ที่แรงบันดาลใจเติบโตอีกรอบ และความเสียใจยังคงอยู่ ผมจะต้องได้กลับมาอีกครั้งเพื่อมาแก้มือ และทำให้มันสำเร็จในแบบที่ผมอยากทำ เพื่อที่จะได้ลบความทรงจำเก่า ๆ และความรู้สึกบางอย่างในเช้าวันนี้อย่างแน่นอน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

แล้วการเดินทางของผมก็มาถึงตอนสุดท้าย ไม่ใช่ตอนที่กำลังกลับบ้าน หรือตอนที่ได้ถึงบ้าน แต่เป็นตอนที่ผมได้มองหันหลังกลับไปดูอะไรบางอย่างอีกครั้ง มีบางอย่างที่บอกว่าปลายทางที่คิดว่าสำคัญ แต่จุดเริ่มต้นสำคัญกว่ามาก และไม่ว่าวันนี้จุดเริ่มต้นจะเป็นอย่างไร จะรู้สึกดีหรือรู้สึกแย่กับมันก็ตาม มันก็ไม่สำคัญเท่ากับคุณค่าของปลายทางที่เรากำลังจะไปถึง และบางทีวันที่เราหวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น บนปลายทางที่เรายืนอยู่ มันจะต้องเป็นความทรงจำที่ดีมาก

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ความกลัวในมุมมองเก่า ๆ มันดีนะครับ อย่างน้อยเราก็ได้อยู่ในมุมที่เราคุ้นเคยและรู้สึกปลอดภัย แต่บางทีความกลัวก็ทำให้เราทำอะไรหายไปในชีวิตเยอะเลย มันอาจจะเป็นทั้งสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ และไม่ว่าช่วงไหนของชีวิตที่เราได้มองย้อนกลับไปในจุดที่เราเคยยืนอยู่ เราจะรู้สึกหรือเข้าใจมันในช่วงเวลานั้น ๆ บางทีเราอาจจะรู้สึกดีใจ บางทีเราอาจจะเสียใจ หรืออาจจะเป็นทั้งความรู้สึกทั้งสองอย่างปะปนกันไป แต่เชื่อว่าเมื่อเวลาได้ผ่านไปทุก ๆ อย่างคือประสบการณ์ที่คอยบอกว่าครั้งหนึ่งเราเคยเดินผ่านมา ท่ามกลางความกลัวได้อย่างไร...

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

และในชีวิตที่ต้องข้ามผ่านความหมายของการมีชีวิตให้อยู่รอด ในแต่ละวันอาจมีเรื่องราวมากมายที่ทั้งดีและไม่ดีผ่านเข้ามา แต่แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำหรือรอยยิ้มเล็ก ๆ ของใครสักคนหนึ่งคนบนโลกใบนี้ก็สามารถที่จะเปลี่ยนให้วันนั้นหรือวันไหน ๆ เป็นวันแห่งความทรงจำที่ดีตลอดไป มันก็เหมือนกับ 1 องศา ที่ดูเหมือนว่าเป็นจำนวนน้อยนิด แต่ถ้ามันยังคงทำให้เรายังคงมีความสุขในองศาแบบนั้นมันก็เป็น 1 องศา ที่ยิ่งใหญ่และยังทรงคุณค่าเสมอ และบางทีอีก 359 องศา ก็อาจจะไม่จำเป็นสำหรับชีวิตในตอนนี้

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

1 องศา ที่จะทำให้เรารู้สึกถึงมุมมองในโลกใบนี้ และเวลาเราพูดถึงการโบยบิน เรามักนึกถึงนกเสมอ และเวลาที่เห็นมันบ่อย ๆ ส่วนใหญ่ก็อยู่บนน่านฟ้าที่ไหนสักที่ แต่ในความเป็นจริงของชีวิต การโบยบินของเราอาจจะเป็นความหมายที่เราได้ทำอะไรสักอย่างในแบบฉบับที่เราชอบ ในแบบที่เราอยากทำและมีความสุขกับมัน และที่สำคัญมันทำให้รู้สึกดีจนเราอยากจะบินแล้วบินอีก...นี่ล่ะมั้งความอิสระของการโบยบิน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

และเวลาเราพูดถึงความสำเร็จ เรามักถึงเรื่องใหญ่ ๆ เสมอ เช่น ความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน เงินทอง หรือชื่อเสียง แท้จริงแล้วมันก็เป็นไปในความหมายแบบนั้นทุกครั้ง หรือแม้กระทั้งตัวผมเอง บางทีสิ่งเหล่านี้มันอยู่รอบตัวเรามากเกินไป มากจนบางทีความสำเร็จแบบนั้นกลายเป็นความกดดันและทำร้ายเราในที่สุด แต่มันยังดี และดีมาก ๆ ที่ผมหรือใคร ๆ ยังได้พบเจอ ได้เจอมุมมองความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา เหมือนกับเรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

หลายครั้งที่เรารู้สึกถึงความเสียใจ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้น หรือกำลังจะเกิดขึ้นก็ตาม มันรู้สึกได้อย่างเดียว คือ ไม่ได้รู้สึกดี แต่จากบทเรียนเรื่องราวแบบนี้ที่คอยสะสมอยู่ทุก ๆ คืนวัน มันเป็นที่มาและที่ไปให้เรายังคงยืนอยู่ในจุดที่เรายังอยากจะยืน และรู้สึกดีไปกันมันเสมอ และไม่ว่าความเสียใจจะสะท้อนมุมมองแบบไหนก็ตาม แต่วันหนึ่งที่เราได้มองย้อนกลับไปอย่างตั้งใจ มันจะต้องมีมุมมองที่สวยงาม น่าจดจำที่ไม่ต่างกับวันที่สวยงามที่สุดที่เราได้เคยพบเจออย่างแน่นอน

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

สิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้มีมุมมองของมันในแบบที่เราคิด หรือในแบบที่เราเห็นแตกต่างกันไปตามวัน เวลา หรือโอกาส สิ่งสำคัญที่ผมรู้สึกได้เลยจากการเดินทางมาตลอด 3-4 ปีนี้ ไม่ว่ามันจะสะท้อนออกไปแค่ไหน ? มันไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่สะท้อนอยู่ในตัวผมเอง. มันคือทุกอย่างที่ผมบอกว่าผมรักการเดินทาง และบอกเสมอว่าผมรักภูเขาและหลงรักสายหมอกแค่ไหน ? นี่คือสิ่งที่ก้องอยู่ในความรู้สึกของผม แม้มันจะมีช่วงเวลาของมัน แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งที่ผมจำได้ว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่เสียงสะท้อนแบบนี้เคยอยู่ในตัวผม...และหัวใจของผม

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

https://www.facebook.com/chanomworld
http://pantip.com/profile/569090
Chanomworld* world of wonder
Photo by chanomkids : word by chanomworld*

ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา



แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ



คุณกำลังดู: ออกไปตามหาสายหมอก ณ เขาค้อ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง ภูลังกา

หมวดหมู่: ภูเขา

แชร์ข่าว

โพสต์ล่าสุด